Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

ยุทธศาสตร์ของประเทศไทยด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหารในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และ ถั่วลิสง กับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เกรียงศักดิ์ สุวรรณธราดล สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิสง เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยที่มีการบริโภคภายในประเทศและส่งออกมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตามจากข้อมูลที่มีการศึกษาและรายงานไว้ของหน่วยงานต่างๆ ได้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่เพาะปลูก และผลผลิตของพืชเหล่านี้ได้ลดลงไปมากจากหลายสาเหตุด้วยกัน ในขณะที่ความต้องการใช้ผลผลิตเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารมนุษย์ ตลอดจนการใช้สำหรับการบริโภคภายในครัวเรือน และเพื่อการส่งออกนั้นมีการเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จึงทำให้ต้องมีการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งด้านปริมาณและมูลค่า จากข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับพื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต และประสิทธิภาพการผลิตของพืชทั้ง 4 ชนิดของไทย และของประเทศเพื่อนบ้าน คือ สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ พบว่าประสิทธิภาพการผลิตยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ สามารถที่จะปรับปรุงเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิตได้อีกมาก นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยเหล่านี้ ยังมีผลผลิตที่เหลือจากการใช้ภายในประเทศ สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้ และยังมีศักยภาพในการที่จะขยายพื้นที่เพาะปลูกได้อีกมาก โดยรัฐบาลของทั้ง 3 ประเทศได้มีนโยบายให้การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตเพื่อการส่งออกอยู่แล้ว กอปรกับการรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน (Single Market and Production Base) โดยข้อตกลงต่างๆ จะเริ่มมีผลในทางปฏิบัติในปลายปี 2558 จึงเป็นโอกาสของไทยในการที่จะขยายฐานการผลิต การค้า และการลงทุน เพื่อนำผลผลิตมาใช้ในการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนของพืชทั้งสี่ชนิดให้แก่ประเทศไทย โครงการยุทธศาสตร์ของประเทศไทยด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหารในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิสง เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหารของพืชทั้ง 4 ชนิดดังกล่าว โดยด้านความมั่นคงในที่นี้ หมายถึง การเข้าถึงอาหารทั้ง 4 ชนิดอย่างเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ และมีการผลิตอย่างยั่งยืน ส่วนคุณภาพความปลอดภัย หมายถึง คุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิตในพืชทั้ง 4 ชนิด ตั้งแต่ต้นน้ำ คือการเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และเมื่อผลผลิตถูกใช้ในการแปรรูปเป็นอาหารเพื่อการบริโภคย่อมจะส่งผลไปถึงการได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ปลายน้ำด้วยเช่นกัน ในการรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหารของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิสงนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอยู่บนพื้นฐานของการมีข้อมูลที่เชื่อถือได้จากแหล่งต่างๆ คณะผู้วิจัยจึงได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากรายงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของไทย และจากองค์การระหว่างประเทศ ร่วมกับข้อมูลปฐมภูมิที่รวบรวมจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งจากภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาพันธุ์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร บริษัทเอกชน สหกรณ์การเกษตร ผู้ประกอบการในท้องถิ่นและตามชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงเกษตรกร โดยการจัดประชุมตามแหล่งต่างๆ ที่มีการเพาะปลูกพืชอาหารทั้ง 4 ชนิด นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยยังได้เดินทางไปพบปะและประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ในประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ คือ สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนม่าร์ เพื่อสอบถามความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาล และได้รวบรวมข้อมูลที่ต้องการเกี่ยวกับสถานภาพการผลิตและการค้าในพืชอาหารทั้ง 4 ชนิด และเยี่ยมชมแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญของพืชอาหารทั้ง 4 ชนิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย (1) ความสำคัญของพืชทั้ง 4 ชนิด (2) สถานภาพการเพาะปลูก ผลผลิต และความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ (3) อุปสงค์และอุปทานของวัตถุดิบที่ใช้ในการบริโภคและในอุตสาหกรรมการแปรรูปต่างๆ (4) ปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นต่อการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาพันธุ์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ และการขยายการผลิตพืช รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (5) แหล่งนำเข้าและส่งออกของประเทศ ตลอดจนการใช้ประเทศอาเซียนอื่นเป็นฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์และวัตถุดิบ (6) ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียน ยุทธศาสตร์ และแผนงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกษตรด้านพืช ซึ่งประกอบด้วยความตกลงต่างๆ ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ที่อาจมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่ต้องการจะเข้าไปลงทุนส่งเสริมการผลิต และการนำผลผลิตกลับเข้ามาใช้ประโยชน์ในไทย (7) นโยบายในด้านต่างๆของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจเมล็ดพันธุ์ และการเคลื่อนย้ายผลิตผลเข้ามายังประเทศไทย (8) ข้อมูลที่เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรด้านพืช และการลงทุนด้านการปรับปรุงพันธุ์พืชทั้ง 4 ชนิด และ (9) การเตรียมความพร้อมของประเทศ โดยเฉพาะประเด็นการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน ในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ การวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยภายในและภายนอก ด้วยเทคนิค SWOT Analysis, PETILE (Political-Economy-Technology-International-Legal-Environment), SIPOC (Supplier-Input-Process-Output-Customer) และกำหนดกลยุทธ์จาก TOWS Matrix และจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์โดยประยุกต์ใช้เครื่องมือการบริหารจัดการสมัยใหม่ประกอบด้วย The Balanced Scorecard (BSC), Value Chain และ SIPOC เพื่อกำหนดความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล (Cause and Effect Relationship) ของเป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ทั้ง 4 มุมมองประกอบด้วย มุมมองด้านผลกระทบ (Impact) ด้านผลผลิต/ผลลัพธ์ (Output/Outcome) ด้านกระบวนการ (Core Process) และ ด้านการพัฒนาองค์กร (Capacity Building) โดยแผนยุทธศาสตร์สำหรับแต่ละพืชทั้ง 4 ชนิด ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ เป้าประสงค์สูงสุด ประเด็นยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ โดยแต่ละพืชจะประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน คือ กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ด้านความพอเพียง และด้านความปลอดภัย พร้อมด้วยรายละเอียดของแผนงาน/โครงการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน จะต้องนำไปพิจารณาและปฏิบัติให้มีความสอดคล้องกันในระยะสั้น (1 – 3 ปี) ระยะกลาง (4 – 6 ปี) และระยะยาว (7 – 10 ปี) กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ประกอบด้วย (1) การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ และเทคโนโลยีเพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดี โดยการสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในการพัฒนาพันธุ์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม และรับซื้อผลผลิตคืนในราคายุติธรรมตามคุณภาพ นอกจากนี้ควรนำระบบการผลิตแบบมีสัญญา (Contract Farming) มาใช้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ทั้งในประเทศ และในประเทศเพื่อนบ้าน ดังที่เคยมีการใช้มาแล้วภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง เกษตรกร ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มจากการผลิตถั่วทั้งสามชนิดและสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่น อีกทั้งการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทางวิชาการในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตถั่วและเมล็ดพันธุ์ ทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ รวมทั้งการส่งเสริมการผลิต (2) การเพิ่มการผลิตในประเทศ โดยการเร่งรัดพัฒนาพันธุ์ใหม่ของ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิสง และทำการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีให้พอเพียงต่อความต้องการของเกษตรกร สำหรับปัญหาด้านต้นทุนค่าแรงแพงนั้น ควรมีการพัฒนาเครื่องปลูกและเครื่องเก็บเกี่ยวเข้าไปทดแทนแรงงาน ส่วนปัญหาเกี่ยวกับนโยบายการแทรกแซงราคา หรือการประกันราคาพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นที่มีผลกระทบทำให้พื้นที่เพาะปลูกของพืชทั้ง 4 ชนิดลดลงนั้น หากมีการยกเลิกและปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาดแล้ว ก็คาดว่าเกษตรกรจะหันมาปลูกพืชทั้ง 4 ชนิดเพิ่มขึ้นอีกมาก อีกทั้งควรส่งเสริมการปลูกถั่วทั้ง 3 ชนิด ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดี คือ ช่วยบำรุงดิน จึงส่งผลดีต่อพืชหลักที่ปลูกสลับกับการปลูกพืชพวกถั่ว ที่ทำให้พืชหลักได้ผลผลิตสูงขึ้น รัฐบาลจึงควรจะมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้มีการนำไปปลูกในระบบการปลูกพืชหมุนเวียน และควรให้ความรู้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการปลูกพืชตระกูลถั่วในการประหยัดการใช้น้ำชลประทาน การเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน ลดการใช้ปุ๋ย และการช่วยตัดวงจรการระบาดของโรคและแมลงที่เป็นปัญหาสำคัญของพืชหลักที่เกิดจากการปลูกพืชชนิดเดียวซ้ำกัน (3) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการใช้ระบบการทำการเกษตรแบบมีสัญญา โดยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์การเกษตร และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมอาหาร ควรร่วมมือกันในการในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการผลิต และคุณภาพของผลผลิต โดยการนำระบบการทำการเกษตรแบบมีสัญญามาใช้ เพื่อสนับสนุนการจัดหาปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์คุณภาพดี ปุ๋ย สารเคมีที่จำเป็น และการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมไปให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อได้ผลผลิตแล้วผู้ประกอบการจะต้องรับซื้อผลผลิตในราคาที่ตกลงกันไว้ตามคุณภาพที่ระบุไว้ในสัญญา อีกทั้งระบบการทำการเกษตรแบบมีสัญญา เป็นสิ่งที่ทางราชการ พ่อค้าผู้รับซื้อผลผลิตในท้องถิ่น และเกษตรกรในประเทศเพื่อนบ้านต้องการให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปดำเนินการเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ยังทำการเกษตรแบบดั้งเดิมอยู่ คือมีการเก็บเมล็ดพันธุ์จากพันธุ์เก่ามาเพาะปลูกเอง ซึ่งได้ทำสืบทอดกันมานานแล้ว มีความขาดแคลนเงินทุนสำหรับจัดซื้อปัจจัยการผลิต และขาดตลาดภายในประเทศที่จะรองรับผลผลิต กลยุทธ์ด้านความพอเพียง ประกอบด้วย (1) การส่งเสริมให้ประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนม่าร์) เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบ ปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 3 ประเทศมีผลผลิตของพืชอาหารทั้ง 4 ชนิดที่เหลือจากการใช้ภายในประเทศอีกเป็นปริมาณมาก และมีการส่งออกไปต่างประเทศอยู่แล้ว นอกจากนั้นแล้วประเทศทั้ง 3 ยังมีศักยภาพสูงในการขยายพื้นที่เพาะปลูกได้อีก เนื่องจากมีพื้นที่และสภาพแวดล้อมเหมาะสม มีต้นทุนการผลิตต่ำ จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะเข้าไปลงทุนทำการผลิต เพื่อนำผลผลิตกลับเข้ามาใช้ในประเทศ แต่ควรดำเนินการปรับปรุงแก้ไข กฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการสำหรับการนำเข้าผลผลิตจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการในการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และถั่วเหลือง ควรมีการพัฒนาบุคลากร สถานที่ทำการ อุปกรณ์สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามด่านชายแดนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าเกษตร ให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วต่อการเคลื่อนย้ายสินค้า ลดความยุ่งยากและเวลาที่ต้องใช้ในการขออนุญาต การตรวจสอบ และการอนุญาต เพื่อรองรับกับปริมาณสินค้าที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการได้ด้วย (2) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยลงทุนการผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีการผลิตในบริเวณที่อยู่ใกล้กับชายแดนไทย ที่เกษตรกรมีความคุ้นเคยกับการใช้พันธุ์ เมล็ดพันธุ์ และเทคโนโลยีในการผลิต ตลอดจนเครื่องจักรกลการเกษตรจากไทยอยู่แล้ว การส่งเสริมให้มีการผลิตตามบริเวณที่อยู่ใกล้กับชายแดนไทยจะมีความสะดวกต่อการขนส่งผลผลิตเข้าไทยตามด่านชายแดนต่างๆ ซึ่งจะทำให้มีต้นทุนการขนส่งต่ำกว่าของประเทศคู่แข่ง อีกทั้งเพื่อลดความเสี่ยงที่จะมีผู้ประกอบการจากประเทศอื่น เช่น อินเดีย จีน และเวียดนาม ที่มีความต้องการวัตถุดิบจากพืชทั้ง 4 ชนิดเช่นเดียวกับไทย เข้ามาแย่งซื้อผลผลิตในราคาที่สูงกว่า นอกจากนี้หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบในการตรวจพืช ณ ด่านชายแดนควรปรับปรุงและ เพิ่มศักยภาพ ทั้งบุคลากร สถานที่ทำงาน ยานพาหนะ และงบประมาณ ให้สามารถให้บริการตรวจสอบสินค้าเกษตรในปริมาณมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ด้านคุณภาพและความปลอดภัย ประกอบด้วย (1) การพัฒนาเกษตรกรและสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่เนื่องจากส่วนใหญ่ของเกษตรกรมักทำการเกษตรแบบดั้งเดิมที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จากเพื่อนบ้านสู่เพื่อนบ้าน รวมทั้งจากการบอกกล่าวของพ่อค้าคนกลาง ทำให้ได้รับผลผลิตที่ด้อยคุณภาพ มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องพัฒนาเกษตรกรรุ่นเก่า และสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ (2) ปรับปรุงกฎหมาย และกฎระเบียบให้ทันสมัย และสอดคล้องกับของประเทศอาเซียนและสากล เพื่อส่งเสริมการผลิต การค้า และการลงทุน และลดต้นทุนในการผลิตสินค้าให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ที่ดำเนินการอยู่แล้ว และช่วยส่งเสริมให้มีผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมมากขึ้น การปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชในหลายประเด็นที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงเชื้อพันธุกรรมสำหรับใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ การแบ่งปันผลประโยชน์ การให้สิทธิ์ในพันธุ์พืชใหม่ และการให้ความคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นทางหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน และหรือ ขยายการลงทุนในธุรกิจเมล็ดพันธุ์มากขึ้น ทั้งการพัฒนาพันธุ์และการผลิตเมล็ดพันธุ์โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่กับพืชสำคัญทางเศรษฐกิจอีกหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิสงซึ่งเป็นพืชผสมตัวเอง นอกจากนี้การเร่งรัดให้มีการจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยทางชีวภาพออกมาให้บังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นการช่วยส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาใช้ในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ รวมทั้งการผลิตเมล็ดพันธุ์ ให้มีคุณสมบัติและคุณภาพที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้ไทยให้สามารถรักษาตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมในอาเซียน และดำรงสถานะของการเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดของอาเซียนไว้ได้ (3) การนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ คณะผู้วิจัยได้นำเสนอ วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ สำหรับแต่ละพืชรวมทั้งแสดงความเชื่อมโยง และกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำไปพิจารณา ปรับปรุง แก้ไข และปรับใช้ให้เหมาะสมในส่วนที่หน่วยงานของตนมีส่วนเกี่ยวข้อง และให้สามารถที่จะนำไปบูรณาการเข้าด้วยกันกับของหน่วยงานอื่นให้เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศไทยได้ ดังนั้นผลการศึกษาวิจัยฉบับนี้จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เลย หากไม่มีการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและจริงจัง จำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐจะนำไปกำหนดเป็นนโยบาย ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และเพื่อให้เกิดความยั่งยืน จะต้องมีการติดตามประเมินผล มีการปรับปรุง แก้ไข ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ และแผนงาน/โครงการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คำสำคัญ: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ความมั่นคงทางอาหาร ความปลอดภัยทางอาหาร ความยั่งยืน ความพอเพียง ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน (ACIA) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา - แม่โขง (ACMECS) การเคลื่อนย้ายสินค้าเกษตรข้ามแดน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม เพื่อเพิ่มมูลค่า ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

สุตาภัทร คงเกิด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์การส่งออกพืชอาหารของประเทศไทยไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2558

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรภาคการเกษตรต่อความมั่นคงในกากรผลิตอาหารภาคเกษตรของไทย

จารึก สิงหปรีชา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

การวิจัยการจัดการกระบวนการกะเทาะและขัดขาวข้าวหอมมะลิเพื่อลดความสูญเสียเชิงปริมาณและคุณภาพ

พนมกร ขวาของ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2555

การพัฒนาพันธุ์ถั่วลิสงและเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเพิ่มผลผลิตสำหรับเขตภาคกลางและภาคเหนือของประเทศไทย

ปาริชาติ พรมโชติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรภาคการเกษตรต่อความมั่นคงในการผลิตอาหารภาคเกษตรของไทย

จารึก สิงหปรีชา สมาคมนักวิจัย สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ พ.ศ. 2558

นวัตกรรมการผลิตข้าว การแปรรูปข้าว และการค้าข้าวในประเทศไทย

กิตติพงษ์ ตระกูลโชคอำนวย มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2558

ปัจจัยที่มีผลต่อความมั่นคงด้านอาหารของครัวเรือนเกษตรไทย

ปุณณดา มาสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอลจากวัตถุดิบทางการเกษตรของประเทศไทย

ปฐมา จาตกานนท์ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2551

รูปแบบกลยุทธ์การตลาดผลิตผลทางการเกษตร สินค้าเกษตรกรรมแปรรูป และสินค้าหัตถกรรมที่เกิดจากโครงการเศรษฐกิจแบบพอเพียง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

เชาว์ โรจนแสง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2554