Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

ศักยภาพการผลิต การตลาดปลาสวยงามในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

สมพล สุขเจริญพงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง ศักยภาพการผลิต การตลาดปลาสวยงามในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อ 1) เพื่อศึกษาการค้าและการผลิตของอุตสาหกรรมปลาสวยงามในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2) เพื่อศึกษาถึงความได้เปรียบ-เสียเปรียบทางการแข่งขันหลังการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของอุตสาหกรรมส่งออกปลาสวยงามในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนโดยได้ศึกษาโซ่อุปทานปลาสวยงามของไทย ประกอบด้วย 1) ผู้เพาะเลี้ยงหรือฟาร์ม 2) ผู้รวบรวมหรือพ่อค้าคนกลาง 3) ผู้ส่งออกหรือบริษัทส่งออก 4) ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ 5) ตลาดคู่ค้าต่างประเทศ 6) หน่วยงานราชการ โดยการวิเคราะห์เชิงคุณภาพแสดงถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค การวิเคราะห์กลยุทธ์โดยใช้ TOWS Matrix แสดงถึงโอกาสและอุปสรรคจากภายนอกที่สัมพันธ์กับจุดแข็งและจุดอ่อนภายใน การศึกษาปัจจัยที่กำหนดความได้เปรียบทางการแข่งขันโดยใช้แนวคิดการได้เปรียบการแข่งขันของประเทศ การวิเคราะห์องค์ประกอบทั้ง 4 ด้านของโมเดลเพชร และการวิเคราะห์ลูกโซ่แห่งคุณค่าถึงกิจกรรมต่าง ๆ ภายในองค์กรเพื่อนำไปสู่ความได้เปรียบทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่งออกปลาสวยงามทั้งประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ดำเนินการเก็บข้อมูลโดยการระดมสมอง การสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งจำแนกตามวัตถุประสงค์การศึกษา มีสาระสำคัญดังนี้ ผลการวิจัยพบว่า จุดแข็งของอุตสาหกรรมส่งออกปลาสวยงามของประเทศไทย คือ มีความหลากหลายของพันธุ์ปลา ภูมิอากาศเอื้อต่อการเพาะเลี้ยง ต้นทุนการผลิตต่ำทั้งด้านปัจจัยการเพาะเลี้ยง ที่ดิน แรงงาน มีการเพาะเลี้ยงปลาจำนวนมาก ฟาร์มปลาได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มเพื่อการส่งออกที่ต่างประเทศให้การยอมรับ และมีการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ แต่จุดอ่อนของประเทศไทย คือ พิธีการศุลกากรและการขอใบรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อการส่งออกมีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนและใช้เวลาหลายวัน จึงต้องพึ่งพาการส่งออกโดยผ่านประเทศสิงคโปร์ ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษขาดประสิทธิภาพ ผู้เพาะเลี้ยงปลาส่วนมากจะเป็นรายย่อยทำให้ขาดอำนาจในการต่อรอง ขาดการรวมกลุ่มผู้เพาะเลี้ยง งบลงทุนมีจำกัด และกลุ่มผู้ส่งออกมีน้อยรายทำให้สามารถควบคุมตลาดและมีอำนาจต่อรองกับผู้เพาะเลี้ยงสูง จุดแข็งของอุตสาหกรรมส่งออกปลาสวยงามของประเทศสิงคโปร์ คือ ภาครัฐให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมปลาสวยงามเป็นวาระแห่งชาติ มีความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคและระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัยส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินการต่ำทั้งด้านพิธีการศุลกากรและการตรวจโรค มีการทำงานแบบให้บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ฟาร์มและบริษัทส่งออกมีการควบคุมคุณภาพปลาที่ส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดการด้านคุณภาพ (ISO 9001) การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) มีโครงสร้างภาษีการนำเข้าต่ำส่งผลให้ต้นทุนการบริหารจัดการต่ำ มีรูปแบบการติดต่อซื้อขายแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ มีการจัดทำระบบฐานข้อมูลที่นำไปใช้ในการบริหารจัดการทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มีการก่อตั้งสมาคม Singapore Aquarium Fish Exporter Association (SAFEA) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมส่งออกปลาสวยงาม หน่วยงานภาครัฐทำงานเชิงรุก มีแนวทางปฏิบัติที่รวดเร็ว เช่น หน่วยงาน Agri-Food & Veterinary Authority of Singapore (AVA) ทำหน้าที่ออกใบอนุญาตส่งออกปลาผ่านระบบออนไลน์ และใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร แต่จุดอ่อนของประเทศสิงคโปร์ คือ ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติทำให้มีต้นทุนการเพาะเลี้ยงสูง เช่น ค่าที่ดิน ค่าแรงงาน พื้นที่การเพาะเลี้ยงมีจำกัด ต้องพึ่งพาการนำเข้าปลาจากประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นหลักเพื่อทำการส่งออกใหม่อีกครั้ง จุดแข็งของอุตสาหกรรมส่งออกปลาสวยงามของประเทศมาเลเซีย คือ การใช้เทคโนโลยี ที่ช่วยควบคุมการเพาะเลี้ยงให้มีคุณภาพสูง เช่น การฝังไมโครชิพในตัวปลาเพื่อช่วยบ่งบอกแหล่งกำเนิดของปลา มีระบบสาธารณูปโภคและระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัยส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินการต่ำ ภูมิอากาศเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงปลาที่มีคุณภาพสูง มีการจัดแบ่งเขตเพาะเลี้ยงปลาอย่างชัดเจนทำให้ภาครัฐเข้าไปบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร ทำให้การติดต่อทางการค้าระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพ แต่จุดอ่อนของประเทศมาเลเซีย คือ ขาดความหลากหลายในการเพาะเลี้ยงปลา เนื่องจากนิยมเพาะเลี้ยงปลาเพื่อการส่งออกบางชนิดเท่านั้น เช่น ปลาอโรวาน่า ปลาปอมปาดัวร์ ปลาหมอสี การจัดแบ่งเขตเพาะเลี้ยงปลามีระยะทางไกลจากสนามบินทำให้อัตราค่าขนส่งปลามาที่สนามบินสูง มีอัตราค่าแรงงานเพาะเลี้ยงปลาสูง การผลิตปลามีระยะเวลาเพาะเลี้ยงนานทำให้มีต้นทุนการเพาะเลี้ยงสูง และฟาร์มปลาที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มเพื่อการส่งออกที่ต่างประเทศให้การยอมรับมีน้อย

คำสำคัญ

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนศักยภาพอุตสาหกรรมปลาสวยงามของไทย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ศักยภาพการผลิต การตลาดปลาสวยงามในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

สมพล สุขเจริญพงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2560

การศึกษาความสามารถในการแข่งขันส่งออกของธุรกิจปลาสวยงามของประเทศไทย

พัจยา ศรีประย่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2551

ห่วงโซ่อุปทานส่งออกของปลานิลจากภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยไปยังประเทศพม่าและลาว

รศ.ดร. เริงชัย ตันสุชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

การศึกษาห่วงโซ่คุณค่าการผลิตและการตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์

พิชา วิสิทธิ์พานิช มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2562

ศักยภาพการผลิตและการตลาดปลานิล

สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร พ.ศ. 2552

ศักยภาพการผลิตของอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปพื้นบ้าน รอบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

ผศ.ดร. ชูลีรัตน์ คงเรือง มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2551

การสร้างสูตรมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพการผลิตปลาซิวแก้วสามรสอบกรอบ

กิตติพร สุพรรณผิว มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2564

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่ระบบอัจฉริยะต้นแบบสอบย้อนกลับสินค้าปลาสลิด ไทยเพื่อรองรับการแข่งขันภายใต้กรอบเสรีทางการค้า: กรณีพื้นที่ผลิตหลักของสหกรณ์ปลาสลิดและสัตว์น้ำฉะเชิงเทรา จำกัด

กรมการค้าต่างประเทศ กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า พ.ศ. 2556

ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจร้านค้าปลาสวยงามในจังหวัดขอนแก่น

สุปติ ศิริขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2563

การจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อยกระดับรายได้ของกลุ่มผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูป จังหวัดกาฬสินธุ์

อนุชา ศรีบุรัมย์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2566