การศึกษาระบบโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ในการปรับตัวรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องการศึกษาระบบโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในการปรับตัวรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มีวัตถุประสงค์ศึกษาบ่งชี้สถานภาพของโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของไทยในบริบทของ AEC และวิเคราะห์ผลกระทบต่อโซ่อุปทานอันเนื่องมาจากการพัฒนาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อีกทั้งวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บเกี่ยวให้กับพืชปาล์มน้ำมันของไทย ให้เกิดเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องและเหมาะสม สร้างความสมดุลต่อระบบการผลิตอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มได้อย่างยั่งยืนและเพื่อนำเสนอแผนกลยุทธ์ หรือแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการปรับตัวของภาครัฐและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของไทยต่อการพัฒนาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยพิจารณากิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโซ่อุปทานอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในประเทศไทยและประเทศที่มีศักยภาพในการแข่งขันในอุตสาหกรรมฯ และตั้งอยู่บนพื้นที่โดยรอบประเทศไทยและเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศ AEC 2 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซียและอินโดนีเซีย จากผลการศึกษา พบว่า ต้นทุนโซ่อุปทาน (Supply Chain Cost) ของไทยกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งต้นทุนในการผลิต ปริมาณผลผลิต รวมทั้งนโยบายในการสนับสนุนอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทย และเมื่อวิเคราะห์ศักยภาพในการแข่งขันในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม พบว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มและการผลิตที่เกี่ยวเนื่อง เป็นเทคโนโลยีที่ไม่มีของเสีย (Zerowaste) และมีตลาดรองรับพืชพลังงาน จากการสนับสนุนของรัฐบาล ส่วนจุดอ่อน เกษตรกรประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นรายย่อยและมีต้นทุนการผลิตสูง อีกทั้งวัสดุสนับสนุนการผลิต คือ ปุ๋ย มีราคาสูง เมื่อเทียบกับอินโดนีเซียหรือมาเลเซีย และการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการแปรรูป มีต้นทุนที่สูงกว่าประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียเพราะเป็นสวนปาล์มขนาดเล็ก อีกทั้งเกษตรกรขาดองค์ความรู้ในเรื่องเกษตรกรรม รวมถึงเรื่องการจัดการสวน เทคโนโลยีการเก็บเกี่ยว และขาดการควบคุมคุณภาพที่ต่อเนื่องและไม่มีกฎหมายลงโทษอย่างจริงจังในการตัดผลปาล์มสุก จากการศึกษา การสร้างความร่วมมือกันตลอดทั้งโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเป็นประเด็นหลักที่งานวิจัยชิ้นนี้พยายามนำเสนอให้เห็น โดยในส่วนสุดท้ายของการวิจัย นำเสนอกลยุทธ์สำหรับภาครัฐและเอกชนของไทยอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในการปรับตัวต่อการพัฒนาของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กลยุทธ์เหล่านี้ได้มาจากข้อมูลจากการสำรวจ ข้อมูลการวิเคราะห์ SWOT และ Porter’s Diamond Model โดยสามารถกำหนดเป็นแผนผังของกลยุทธ์ที่มีทั้ง มุมมองทางการเงิน มุมมองของลูกค้า มุมมองของกระบวนการภายในและการเรียนรู้และมุมมองการเจริญเติบโต