การปรับตัวของมุสลิมในเชียงใหม่และความสัมพันธ์กับชุมชนวัฒนธรรมล้านนา : กรณีศึกษาชุมชนมุสลิมอัตตักวา จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชุมชนมุสลิมมัสยิดอัตตักวา เป็นชุมชนมุสลิมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านวัดเกตซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วยชุมชนที่เป็นศูนย์รวมศาสนสถาน 4 ศาสนาด้วยกัน ได้แก่ศาสนาพุทธ คริสต์ ซิกข์และอิสลาม แต่ละศาสนาชุมชนศาสนามีประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้ราว 150 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าครอบครัวมุสลิมครอบครัวแรกจะมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2410 เป็นต้นมา แต่การอพยพโยกย้ายมาตั้งถิ่นฐานครั้งใหญ่และเป็นการเริ่มต้นชุมชนที่มั่นคงนั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงระยะเวลาปีพ.ศ.2501-2510 เป็นต้นมา เมื่อครอบครัวมุสลิมจีนที่ขยายออกมาจากชุมชนบ้านฮ่อ รวมถึงมุสลิมเชื้อสายอื่นๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ได้มาซื้อที่ดินของทายาทนายวิลเลียม เบนเพื่อสร้างชุมชนมัสยิดอัตตักวาตามชื่อของมัสยิดที่สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2513 เป็นต้นมา การศึกษาวิจัยเรื่องนี้ศึกษาการปรับตัวของมุสลิมในชุมชนในการดำรงอยู่ในล้านนา และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมในชุมชนที่มีต่อผู้คนในชุมชนวัฒนธรรมล้านนาที่อาศัยอยู่ในสังคมเดียวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกและการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลในชุมชน และวิเคราะห์ผลการศึกษาโดยการพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า 1. การปรับตัวของมุสลิมในชุมชนเกิดขึ้นในยุคแรกของการเข้ามาตั้งถิ่นฐานคือในช่วงปีพ.ศ.2410-ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 มุสลิมที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนเป็นมุสลิมจากอินเดีย มีการแต่งงานข้ามเชื้อชาติกับหญิงพื้นเมืองชาวล้านนา มีการผสมผสานวัฒนธรรมบางอย่างเข้ากับวัฒนธรรมล้านนา เช่น วัฒนธรรมด้านอาหาร และมุสลิมในยุคแรกนั้นพยายามที่จะได้รับการยอมรับในฐานะของคนไทย(สยาม) เช่น การให้ความร่วมมือกับทางราชการ การใช้นามสกุลภาษาไทย ส่วนหญิงชาวล้านนาแม้จะเปลี่ยนศาสนาไปนับถืออิสลาม แต่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมด้านอื่นๆ เช่น การแต่งกายนั้นยังคงปฏิบัติเช่นเดิมเป็นส่วนใหญ่ ส่วนมุสลิมที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนในช่วงที่ 2 ตั้งแต่ปีพ.ศ.2501-2510 เป็นต้นมานั้น มีการปรับตัวท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมความเชื่อจากครอบครัว วัฒนธรรมในโรงเรียนและวัฒนธรรมในการทำงาน มุสลิมที่เติบโตขึ้นมาในช่วงเวลานี้จึงมีความท้าทายในศรัทธาทางศาสนาและวิถีชีวิต และในช่วงเวลาตั้งแต่ปีพ.ศ.2538-2540 มาจนถึงปัจจุบันนั้น เกิดกระแสความหวาดกลัวอิสลามขึ้นในสังคมโลกเนื่องจากความเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายเพื่อศาสนา รวมถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ของประเทศไทย ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ท จึงทำให้เกิดภาพจำในทางลบในกลุ่มมุสลิมทั่วไป แต่วิถีชีวิตของมุสลิมในชุมชนมัสยิดอัตตักวากลับมีความเคร่งครัดในหลักศรัทธาและหลักปฏิบัติมากขึ้น 2. การสร้างความสัมพันธ์ของมุสลิมในชุมชนกับชุมชนวัฒนธรรมอื่น แม้ว่าตลอดเวลาตั้งแต่การอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนของครอบครัวมุสลิมครอบครัวแรกๆ จนถึงก่อนช่วงปีพ.ศ.2550 นั้น มุสลิมในชุมชนมีการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนวัฒนธรรมอื่นๆ ในเชียงใหม่มาโดยตลอด แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีการสร้างความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและหลากหลายรูปแบบมากขึ้นทั้งในด้านวิถีชีวิต ความสัมพันธ์ในสังคม ตลอดจนถึงการสร้างความสัมพันธ์ในทางวิชาการ ศาสนา และมีการใช้อินเตอร์เน็ทและโซเชียลมีเดียเป็นสื่อประเภทหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน การสร้างความสัมพันธ์ของมุสลิมในชุมชนกับชุมชนภายนอกที่ชัดเจนขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิตระหว่างกัน