มุสลิมบางกอกน้อย: พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และวิถีวัฒนธรรมอิสลามในเมืองหลวง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ ๓ ประการคือ ๑) ศึกษาถึงภูมิหลัง พัฒนาการทาง ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และวิถีวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมในพื้นที่ริมฝั่งคลองบางกอกน้อย ๒) วิเคราะห์ถึงกระบวนทัศน์การปรับตัว การธำรงอัตลักษณ์ การอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญา และวิถี วัฒนธรรมความเป็นชุมชนมุสลิมริมฝั่งคลองบางกอกน้อยภายใต้เงื่อนไขและบริบททางประวัติศาสตร์ และ ๓) จัดทำฐานข้อมูลประวัติของชุมชมชนสลิมบางกอกน้อยที่สมบูรณ์ถูกต้องตามหลักวิชาการในรูป ของหนังสือเพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงและเผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการ ศึกษาคันคว้าและรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับการศึกษาภาคสนาม จากนั้นนำ ข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และนำเสนอผลการวิจัยแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า บรรพบุรุษของชุมชนมุสลิมบางกอกน้อยคือกลุ่มคนมุสลิ่มทื่อพยพมาจาก กรุงศรีอยุธยาเมื่อเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 โดยล่องแพลงมาตามลำน้ำเจ้าพระยาและมาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่ บริเวณปากคลองบางกอกน้อยฝั่งได้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการใช้พื้นที่ของชุมชนเพื่อสร้างสถานี รถไฟบางกอกน้อย ส่งผลให้ชาวมุสลิมต้องย้ายข้ามฝั่งคลองบางกอกน้อยมาฝั่งเหนือ จากนั้นชุมชนก็มี การขยายตัวออกไปมีทั้งที่อาศัยอยู่ในเรือนริมฝั่งคลอง รวมไปถึงในเรือนแพริมน้ำ ตั้งแต่ปากคลอง เรื่อยไปจนถึงหน้าวัดสุวรรณาราม เมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพามุสลิมบางกอกน้อยได้รับผลกระทบ อย่างหนักจากการทิ้งระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรส่งผลให้ส่วนหนึ่งของชุมชนกระจายตัวออกไปยัง ภายนอก แต่ส่วนหนึ่งก็ยังคงปักหลักสร้างชุมชนอยู่ในพื้นที่เดิม ปัจจุบันชุมชนมุสลิมบางกอกน้อย ประกอบด้วย 2 ชุมชน คือ ชุมชนโดยรอบมัสยิดหลวงอันซอริชซุนนะห์และชุมชนสันติชนสงเคราะห์ 2 มุสลิมบางกอกน้อยเป็นชุมชนที่ยึดมั่นในศาสนาอิสลามนิกายซุนนีห์ มีมัสยิดหลวงอันชอริชซุนนะห์เป็น ศูนย์กลางของชุมชน รวมถึงชุมชนยังสามารถธำรงอัตลักษณ์ที่สะท้อนผ่านการแต่งกายและการปฏิบัติ ศาสนกิจอย่างเคร่งครัด ส่วนมรดกภูปัญญาสำคัญคือ อาหารมุสลิมและการทำที่นอนยัดยัดนุ่นอันเป็น อาชีพสำคัญของชาวชุมชนที่สืบทอดมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 5 ส่วนการดำเนินชีวิตและวิถีวัฒนธรรมเป็น วิถีที่ยึดมั่นตามแนวทางของศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ภายใต้เงื่อนไขและบริบททาง ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชาวมุสลิมบางกอกน้อยทั้งด้านกายภาพและวิถีการดำรงตนอย่างชัดเจน โดยที่ชุมชนพยายามปรับตัวเพื่อการดำรงตนและพื้นที่ทางสังคมของกลุ่มชาติ พันธุ์ไว้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งกระบวนทัศน์และการแสดงออกที่สำคัญคือการปลูกฝังแนวคิดและวิถีการดำรง ตนตามแนวทางของศาสนาอิสลามไว้ด้วยระบบการศึกษา ทั้งการจัดตั้งโรงเรียนนัชวิชชนะห์ โรงเรียน ราชการุญ โรงเรียนอนุชนบางกอกน้อย รวมถึง อัล อิศลาหุ สมาคม กล่าวได้ว่า พัฒนาการทาง ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ มรดกภูมิปัญญา และวิถีวัฒนธรรมอิสลามที่อยู่ท่ามกลางเมืองหลวง ล้วนมี ความเกี่ยวข้องหลักการของศาสนาอย่างชัดเจน ส่งผลเป็นความเข้มแข็งของกลุ่มชาติพันธุ์ที่สามารถ ดำรงตนและพื้นที่ทางสังคมได้อย่างภาคภูมิ