การศึกษากระบวนการถ่ายทอดการเทศน์ทำนองล้านนา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษารูปแบบวัฒนธรรมการเรียนรู้"มัจญ์ลิตอิลมี"(ชานชาลาลาความรู้ทาง วิชาการ)ของสตรีไทยมสลิมในจังหวัดชายแดนภาคได้ ๒) เพื่อวิเคราะห์ความสำคัญของ"มัจญ์ลิสอิลมี"ในการพัฒนา คุณภาพชีวิตและครอบครัวของสตรีไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการเสริมสร้าง วัฒนธรรมการเรียนรู้ของสตรีไทยมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อหน่ายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างสันติสุข การวิจัยครั้งนี้เป็น วิจัยแบบผสานวิธีใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างและผู้ให้ข้อมูล คือ กลุ่มสตรีที่เป็นคณะกรรมการ และสมาชิกโครงการ"มัจญ์ลิสอิสมี" และกลุ่มนักวิชาการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีสุ่มแบบ เจาะจง การรวบรวมข้อมูลวิจัยโดยใช้วิธีการศึกษาเอกสาร แบบสอบถาม การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์เชิง ลึกและการสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า ๑.รูปแบบวัฒนธรรมการเรียนรู้"มัจญ์ลิสอิสอิลมี"ของสตรีไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นรูปแบบการศึกษา ตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับเป้าหมายและหลักการจัดการศึกษาอิสลาม มีลักษณะเป็นโครงการบรรยายประจำเดือนโดยมี เป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาศักยภาพของสตรีมุสลิมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นแบบอย่างในสังคม และเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในหลักคำสอนของศาสนาอิสลามเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เนื้อหาหลักสูตรเน้นเนื้อหาหลักที่เกี่ยว กับต้านการศรัทธา(อากีตะห์) ด้านการปฏิบัติศาสนกิจ(ฮิบาตัด) ด้านคุณธรรมจริยธรรม(อัคลาก) ด้านการใช้ชีวิตในสังคม และต้านครอบครัว รูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมโครงการเน้นการบรรยายเป็นหลัก ๒.ความสำคัญของ"มัจญ์ลิสอิสอิลมี"ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและครอบครัวของสตรีไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดน ภาคใต้อยู่ในระดับมากทุกด้านตามลำดับดังนี้ ด้านการศรัทธา(อาก็ตะห์) ด้านการปฏิบัติศาสนกิจ(อิบาตัต) ด้านครอบครัว ด้านคุณธรรมจริยธรรม(อัคลาก) และความสำคัญต่อต่อต้านการใช้ชีวิตในสังคม โครงการมีความสำคัญในการพัฒนาสตรีไทย มุสลิมในด้านความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักในด้านการศรัทธา (อาก็ตะห์) ด้านการปฏิบัติศาสนกิจ (อีบาตัต) ด้าน คุณธรรมจริยธธรรม (อัคลาก) ด้านการใช้ชีวิตในสังคม และต้านครอบครัว สร้างแรงบันตาลใจในการพัฒนาตนเองและศึกษา หาความรู้อย่างต่อเนื่อง สามารถนำความรู้ไปพัฒนาดนเองสู่การเป็นแบบอย่างที่ดี เผยแผ่ความรู้สู่การพัฒนาครอบครัวให้มี คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ทำให้เกิดความตระหนักในการพัฒนาสังคมสันติสุข ๓. แนวทางในการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ของสตรีไทยมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีดังนี้ ๓.) หลักสูตร ควรพัฒนาให้มีมาตรฐานใช้อัลกุรอานเป็นแก่นกลาง บูรณาการครอบคลุมวิถีการดำเนินชีวิตทุกด้านและสะสอดรับกับบริบทไม สังคมยุคศตวรรษที่ ๒๑ ๒./วิทยากรควรคัดสรรบุคลากรที่มีบุคลิกภาพที่ดีมีความเชี่ยวชาญ ๓.)ควรมีการเสริมสื่อหรือหรือ หนังสือชุดเสริมสร้างกระบวนทัศน์การสร้างครอบครัวและสังคมสันติตามทัศนะอิสลาม ๔.)การบริหารโครงการควรมีระบบ ที่มีมาตรฐาน พัฒนาคณะกรรมการและระระบบสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ ๕.)ควรมีรูปแบบการจัดกิจกิจกรรมที่หลากหลาย น่าสนใจ เน้นการมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์มากขึ้น ๖..)ควรมีการส่งเสริมการจัดกลุ่มศึกษาอัลกรอานให้สมาชิกและสร้าง ความร่วมมือเครือข่ายเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้