กลยุทธิ์ในการส่งเสริมบทบาทสตรีมุสลิมต่อการพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รายงานการวิจัยเรื่อง “กลยุทธ์ในการส่งเสริมบทบาทสตรีมุสลิมต่อการพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้” มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสถานภาพและบทบาทสตรีมุสลิมต่อการพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2) เพื่อศึกษากลยุทธ์การพัฒนาสตรีมุสลิมให้มีบทบาทต่อการพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลการวิจัย พบว่า ? สรุปผลการวิจัยเชิงปริมาณ สถานภาพบทบาทการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมของสตรี พบว่า ส่วนใหญ่สตรีมุสลิมไม่เป็นสมาชิกกิจกรรมทางสังคม คิดเป็นร้อยละ 81.6 และเป็นสมาชิก คิดเป็นร้อยละ 18.4 บทบาทกลุ่มสตรีมุสลิมในพื้นที่ในการแก้ไขและป้องกันปัญหาที่มี พบว่า ส่วนใหญ่บทบาทรณรงค์ให้ครอบครัวให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูบุตร ให้ความรักความอบอุ่น คิดเป็นร้อยละ 27.81 บทบาทสตรีมุสลิมต่อการพัฒนาสังคม พบว่าร้อยละ 77 สตรีมุสลิมควรมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางสังคม ในขณะที่ ร้อยละ 23 มีความคิดเห็นว่า ไม่ควรมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางสังคม สตรีมุสลิมควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาสตรีด้านการพัฒนาสังคมหรือการมีส่วนร่วมทางสังคม พบว่า ส่วนใหญ่การเสริมสร้างเจตคติและการยอมรับด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย คิดเป็นร้อยละ 22.94 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกลไกและองค์กรสตรีมุสลิมทุกระดับที่มีผลต่อการส่งเสริมบทบาทสตรีมุสลิมต่อการพัฒนาสังคม พบว่า ส่วนใหญ่การจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรและกลไกสตรีมุสลิมระดับต่างๆ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนากลไกที่มีความเข้มแข็งในอนาคต คิดเป็นร้อยละ 20.86 ? สรุปผลการวิจัยเชิงคุณภาพ 1. สภาพปัญหาทั่วไปของสตรีมุสลิม พบว่า สตรีมุสลิมประสบปัญหาในเรื่อง “การดูแลเอาใจใส่ในการทำหน้าที่ของผู้ชายค่อนข้างมาก” 2. บทบาทสตรีที่ควรจะเป็นต่อการพัฒนาสังคม บทบาทชายและหญิง ต้องยอมรับว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ) ทรงสร้างมนุษย์มา โดยกำหนดภารกิจรวมกัน กำหนดชายและหญิงให้มีความแตกต่าง ความต่างที่จะต้องเติมเต็มซึ่งกันและกัน เรื่องการตัรบียะฮฺลูกๆ ซึ่งจริงๆ แล้ว งานหลักของผู้หญิง คือ การดูแลลูก ท่านหญิงอาอีชะฮ์เคยบอกว่า “เข็มถักของสตรี มีศักดิ์ศรีเทียบเท่ากับดาบของบุรุษ” การสร้างอาณาจักรที่พร้อมด้วยบรรยากาศที่ดี และการสร้างลูกๆ ของเราให้เป็นคนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีมารยาท ขณะเดียวกันต้องรู้จักอดทน ฝึกเด็กมีความอดทนอดกั้น มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย อาศัยศิลปะชั้นสูงในการสร้างคนให้เป็นคนแบบนี้ได้ แน่นอนผู้หญิงต้องมีความรู้ และความรู้นี้เองที่จะกลายเป็นศักดิ์ศรีของผู้หญิง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงแน่นอน ถ้าขาดความรู้ก็เหมือนการขาดศักดิ์ศรี 3. บทบาทการเป็นตัวแทนในการพัฒนาสังคม การกำหนดบทบาทสตรีในการเป็นตัวแทน ที่ไม่ขัดกับหลักศาสนา และเป็นที่สังคมยอมรับของสังคมนั้น สิ่งสำคัญคือการวางตัว ปฏิบัติที่ถูกหลักการศาสนา กล่าวคือ เราในฐานะที่เป็นแม่ของลูก เป็นภรรยาของสามี และเป็นลูกของแม่นั้น สำหรับกลยุทธ์การพัฒนาสตรีมุสลิมให้มีบทบาทต่อการพัฒนาสังคมต้องมีการเปิดช่องว่าง หรือเปิดพื้นที่ให้แก่สตรีมุสลิมที่พร้อมช่วยเหลือสังคม ตามกรอบกลยุทธ์ ดังนี้ กลยุทธ์ที่ 1 ตามกรอบแนวคิดบทบาทการพัฒนาระดับปัจเจกบุคคล สามารถกำหนดออกมาเป็น กลยุทธ์ในการพัฒนาศักยภาพสตรีมุสลิมมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ เพื่อการดูแลตนเอง เสริมสร้างทักษะชีวิต เพื่อการดูแลตนเอง ส่งเสริมการใช้กลุ่มศึกษา (ฮาลาเกาะห์) เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม กลยุทธ์ที่ 2 ตามกรอบแนวคิดบทบาทการพัฒนาครอบครัว สามารถกำหนดออกมาเป็นกลยุทธ์ คือ การสร้างเบ้าหลอมเพื่อพัฒนาสมาชิกของสังคมที่มีคุณภาพด้วยการเสริมสร้างการเรียนรู้บทบาทและหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว เสริมสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ กลยุทธ์ที่ 3 ตามกรอบแนวคิดบทบาทการพัฒนาท้องถิ่นหรือชุมชน สามารถกำหนดออกมาเป็น กลยุทธ์การมีส่วนร่วม เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกในสังคม การพัฒนาสตรีมุสลิมในการบริหารจัดการชุมชน และการพัฒนาสตรีต้นแบบ เพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนา กลยุทธ์ที่ 4 ตามกรอบแนวคิดบทบาทการพัฒนาสังคมส่วนรวม หรือเครือข่ายสามารถกำหนด ออกมาเป็นกลยุทธ์เชื่อมร้อยเครือข่ายเพื่อสานพลังสตรีด้วยการเสริมสร้าง และพัฒนาเครือข่ายการทำงานของสตรีมุสลิม การสร้างการยอมรับทางสังคมของสตรีมุสลิม และการให้โอกาสสตรีในการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาสังคม ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัย จากการวิจัยพบว่าสิ่งที่เป็นคุณสมบัติสำคัญของสตรีมุสลิมในการทำงานเพื่อพัฒนาสังคม คือ การวางตัวปฏิบัติให้เหมาะสม ในแต่ละสถานที่ต่างๆ ตามแนวทางที่ถูกต้อง มีความอ่อนน้อมถ่อมตนสุภาพเรียบร้อย และต้องมีความเป็นผู้รักษาชื่อเสียงของสตรีมุสลิมให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้องตามหลักศาสนา ตลอดจนสตรีมุสลิมต้องยกระดับตนเองเพื่อพัฒนาสังคมโดยรอบด้วยการสร้างเครือข่ายต่อการพัฒนาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะต้องยกระดับการทำงานให้มีเครือข่ายจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการถึงเครือข่ายของสตรีมุสลิมต่อการพัฒนาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับการทำงานพัฒนาสังคมผ่านสตรีมุสลิมที่เข้มแข็งมากขึ้น