กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างเสริมสันติของผู้นำทางสังคมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างเสริมสันติของผู้นำทางสังคมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างเสริมสันติของผู้นำ ทางสังคมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และเพื่อเสนอแนะแนวทางในการสร้างเสริมสันติของผู้นำทางสังคมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยการสังเกตและสัมภาษณ์เชิงลึกโดย ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า ด้านกระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างเสริมสันติของผู้นำทางสังคมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ทั้งผู้นำชาวไทยพุทธและมุสลิมต่างก็มีแนวคิดในการสื่อสารระหว่างกันที่อยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจกันและ กัน การสื่อสารถึงกันและกันอย่างสร้างสรรค์ การได้นำเอาทัศนคติหรือความรู้สึกที่ถูกต้องที่มีต่อกันไปต่อยอด เป็นการปฏิบัติจริงในการอยู่ร่วมกัน การสื่อสารที่อยู่บนฐานความเข้าใจภูมิหลังทางวัฒนธรรมของกันและกัน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ กลุ่มผู้นำทั้งไทยพุทธและมุสลิมมีทัศนะที่ ตรงกันว่าในท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้นำของทั้งกลุ่มไทยพุทธและ มุสลิมในฐานะเป็นกลุ่มบุคคลผู้มีอิทธิพลต่อสังคมของตนควรแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้กระบวนการสื่อสารที่ถูกต้องเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ด้านปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างเสริมสันติของผู้นำทางสังคมใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้พบว่า การที่กลุ่มชนทั้งไทยพุทธและมุสลิม มีวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมทาง ความคิดที่ต่างกันเป็นพื้นฐานอาจเป็นปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสาร การมีความรู้สึกถึงความเป็นพวกเขา พวกเราภายในจิตใจ มีทัศนคติบางประการที่แฝงด้วยอคติมีความหวาดระแวงไม่ไว้เนื้อเชื่อต่อกัน เหล่านี้ถือ เป็นปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมสันติให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำทางสังคมใน ฐานะเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อสังคมของตน หากไม่สามารถทำลายทัศนคติเชิงลบที่มีต่อกันได้ก็เป็นการยากที่ จะเป็นทางนำไปสู่การสร้างสังคมสันติให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ในขณะที่ด้านการให้ข้อเสนอแนะแนวทางในการสร้างเสริมสันติของผู้นำทางสังคมใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้คณะผู้วิจัยได้นำเสนอถึงข้อเสนอแนะในการใช้เป็นกระบวนการสื่อสารเพื่อสันติของผู้นำของ ทั้งสองกลุ่มออกเป็นประเด็น ๕ ประเด็นย่อย คือ ๑. การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม ที่ผู้นำจำเป็นจะต้องศึกษา เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของกันและกัน ๒.การมีส่วนร่วมทางสังคม คือการให้ทั้งสองฝ่ายได้มีส่วนร่วมทางสังคมใน โอกาสต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มผู้นำได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีการที่จะอยู่ร่วมกัน สร้างความคุ้นเคยสนิทสนมต่อกัน ๓. การให้ความรู้อันเป็นความรู้ที่ถูกต้องเพื่อทำลายทัศนคติเชิงลบของผู้นำอันจะเอื้อให้เป็นผลส่งต่อหรือ ถ่ายทอดโยงไปยังกลุ่มคนผู้อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการปกครองของตน ๔. การเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรม ที่ผู้นำจะต้องเรียนรู้และนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการอยู่ร่วมกับคนที่มีวัฒนธรรมต่างจากตน ๕. การสื่อสาร เชิงสันติ ที่ผู้นำจำเป็นจะต้องเรียนรู้และสื่อสารกับคนต่างวัฒนธรรมอย่างถูกต้องเหมาะสม เอื้อให้เกิด บรรยากาศแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และ ๖.การสร้างสัมพันธ์ของผู้นำ ที่กลุ่มผู้นำจำเป็นที่จะต้องมี ปฏิสัมพันธ์กับคนที่มีวัฒนธรรมต่างไปจากตน