การพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคำสอนทางศาสนาในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคำสอนของศาสนาในพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ ๒) เพื่อพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคำสอนของศาสนา ในพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ ๓) เพื่อเสนอรูปแบบการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคำสอนของศาสนา เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยใช้วิธีเชิงคุณภาพ ลักษณะการวิจัย เชิงปฏิบัติการด้วยกระบวนมีส่วนร่วม และวิธีวิจัยเชิงปริมาณขยายผลวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ และกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ๑) ผู้นำชุมชน ๒) ผู้นำทางศาสนา ๓ ศาสนา ๓) หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ๔) เยาวชนในพื้นที่ จำนวน ๕๕ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ๑) แบบสำรวจการรับรู้ชุมชนสันติสุข ๒) แบบประเมินความพึงพอใจการเข้าร่วมโครงการ ๓) การสัมภาษณ์เชิงลึก ๔) กิจกรรมเสวนา ๕) การสังเกตแบบมีส่วนร่วม ๖) การจัดกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์สันติสุข วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ๑) ผลการวิเคราะห์การส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคำสอนของศาสนาในพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ผลวิจัยพบว่า พื้นที่ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ชุมชนบ้านตลาดแขก จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นหมู่บ้านต้นแบบการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขมายาวนาน โดยมีจุดร่วมที่ทำให้คนในชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข คือ คุณลักษณะหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขประเมินตามกรอบหลักภาวนา ๔ ดังนี้ ๑) ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข บนพื้นฐานการดำเนินชีวิตแบบพหุวัฒนธรรม ๒) การยึดหลักคำสอนทางศาสนา การปฏิบัติตามคุณธรรมของการอยู่ร่วมกันตามหลักศาสนาที่ตนเองนับถือ ๓) แนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข อยู่บนพื้นฐานการปฏิบัติที่ดีต่อกัน ได้แก่ (๑) การให้ความรัก และความผูกพันที่มีต่อกัน (๒) การเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน (๓) การให้ความเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน (๔) การสร้างความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือกัน และมีการทำกิจกรรมร่วมกัน และ ๔) การรักษาวิถีชุมชน ด้วยการปลูกจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันผ่านกลุ่มเยาวชน เพื่อสืบสานรักษามรดกทางวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขให้ยั่งยืน ๒) ผลการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคำสอนของศาสนา ๑) ในพื้นที่ตำบลสำเภาล่ม ได้มีกระบวนการในการปฏิบัติการผ่านกิจกรรม ได้แก่ (๑) การวางแผนกิจกรรม (๒) การสำรวจพื้นที่ชุมชน (๓) การสร้างความร่วมมือความรับผิดชอบเพื่อสังคม (๔) การเตรียมงานสื่อประชาสัมพันธ์ (๕) การเสวนา และ (๖) กิจกรรมสื่อสร้างสรรค์สันติสุข ในหัวข้อ “สำเภาล่มรำลึกชุมชนพหุวัฒนธรรมสันติสุข” เพื่อบันทึกเรื่องราวของชุมชน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมชุมชน ผลลัพธ์ที่ได้คือ เป็นการสร้างเครือข่ายชุมชน และความร่วมมือซึ่งกันและกัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการมีทัศนคติที่ดี และพร้อมที่เป็นหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคำสอนทางศาสนา โดยมุ่งเน้นที่จะพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนมีความเป็นผู้นำ และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันในชุมชนแบบพหุวัฒนธรรม ๒) ในพื้นที่ชุมชนบ้านตลาดแขก ได้มี กระบวนการในการปฏิบัติการผ่านกิจกรรม ได้แก่ (๑) ถอดบทเรียนชุมชนตลาดบ้านแขก (๒) การลงพื้นที่สำรวจข้อมูลครอบครัวในโครงการวิจัย (๓) จัดประชุมกลุ่มย่อยผู้นำชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านพหุวัฒนธรรม (๔) สำรวจพื้นที่บริบทชุมชน (๕) การสร้างเครือข่ายและการสนับสนุนจากภาครัฐ และ (๖) กิจกรรมสื่อสร้างสรรค์สันติสุข ในหัวข้อ “นครบันทึก มรดกวัฒนธรรม ชุมชนบ้านตลาดแขกสันติสุข” เพื่อบันทึกเรื่องราวผ่านการเล่าเรื่องราวจากผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน วิถีการดำเนินชีวิตของคนในชุมชนที่อยู่ร่วมกันมายาวนานอย่างสันติสุข ผลลัพธ์ที่ได้ คือ คนในชุมชนส่วนใหญ่สำนึกรักถิ่นฐานตนเอง ปลูกฝังวิธีการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข คือ 1) การเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ 2) การรู้หน้าที่ของตนเอง 3) การช่วยเหลือกัน การแสดงความมีน้ำใจกับคนในชุมชน และคนรอบข้าง 4) การ เกื้อกูลกัน 5) การทำกิจกรรมชุมชนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ๓) นำเสนอผลการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักคำสอนของศาสนา พบว่า บริบทพื้นที่ 2 ชุมชน มีความยินดีร่วมมือร่วมใจการทำกิจกรรมในโครงการ คือ การส่งเสริมให้เยาวชนร่วมทำกิจกรรมร่วมกันทั้ง 3 ศาสนา ผลวิเคราะห์องค์ประกอบการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบตามหลักคำสอนทางศาสนา พบว่า ๑) ปัจจัยนำเข้า ได้แก่ คุณลักษณะหมู่บ้านต้นแบบสันติสุขตามหลักภาวนา ๔ ๒) ปัจจัยกระบวนการการร่วมสร้างกิจกรรมเพื่อสร้างการตระหนักถึงความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกัน ผ่านการร่วมคิด สร้างรูปแบบและการพัฒนา ๓) ปัจจัยบริบท โดยความร่วมมือของเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ ๔) ปัจจัยผลลัพธ์ ประกอบด้วย ความร่วมมือกันในการแสดงความคิดเห็น และเยาวชนให้ความสำคัญและสนใจในการทำคลิปวีดีทัศน์สื่อสร้างสรรค์สันติสุข สะท้อนมรดกทางวัฒนธรรมเยาวชนเกิดการตระหนักถึงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และผลวิเคราะห์การรับรู้ชุมชนสันติสุขของ เยาวชนในพื้นที่ชุมชนบ้านตลาดแขก จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และการรับรู้ชุมชนสันติสุขในพื้นที่ชุมชนสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และพบว่า ผู้เข้าร่วมเสวนากลุ่มย่อยมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด