การสร้างฐานข้อมูลเผยแพร่อาหารท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อสำรวจข้อมูล ความต้องการและรูปแบบการนำเสนอฐานข้อมูลอาหารท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 2) เพื่อออกแบบและสร้างฐานข้อมูลอาหารท้องถิ่น ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 3) เพื่อประเมินการใช้ฐานข้อมูลอาหารท้องถิ่น ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบของเว็บไซต์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 10 ท่าน ผู้ดูแลระบบซึ่งเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัดจำนวน 30 คน ผู้ใช้ทั่วไปจำนวนจังหวัดละ 400 คน โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า 1) ผลสำรวจข้อมูล ความต้องการและรูปแบบการนำเสนอฐานข้อมูลอาหารท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ ได้ถูกสังเคราะห์นำมาสร้างเป็นแบบบันทึกเพื่อประชุมระดมสมองยืนยันเพื่อให้ได้องค์ความรู้นำมาใช้ในการออกแบบและสร้างฐานข้อมูลอาหารท้องถิ่น 2) ผลการออกแบบและสร้างฐานข้อมูลอาหารท้องถิ่น ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ผู้วิจัยได้พัฒนาเว็บไซต์ฐานข้อมูลอาหารท้องถิ่น ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 จำนวน 1 เว็บไซต์หลักและเว็บไซต์รองของ 5 จังหวัด สามารถเข้าใช้งานได้ผ่านUrl : https://www.esanlocalfood.com 3) ผลการประเมินคุณภาพของเว็บไซต์จากผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.50 ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ดูแลระบบ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.35 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.62 ผลความพึงพอใจในภาพรวมของ 5 จังหวัด อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.25 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.74 ผลความพึงพอใจในภาพรวมของแต่ละจังหวัด มีดังนี้ (1) จังหวัดเลย อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.75 (2) จังหวัดหนองบัวลำภู อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.14 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.72 (3) จังหวัดอุดรธานี อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.72 (4) จังหวัดหนองคาย อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.77 (5) จังหวัดบึงกาฬ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.42 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.65