กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาสื่อดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด 2) เพื่อศึกษาผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด และ3) เพื่อเปรียบผลอัตราการกลับมารักษาซ้ำที่โรงพยาบาลของมารดาหลังคลอดของกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแลกับกลุ่มที่ไม่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแล การดำเนินวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ผลการพัฒนาสื่อดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด ระยะที่ 2 ผลการศึกษาผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด และผลการเปรียบผลอัตราการกลับมารักษาซ้ำที่โรงพยาบาลของมารดาหลังคลอดของกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแลกับกลุ่มที่ไม่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแล ประชากรในการศึกษาครั้ง คือ มารดาที่มาคลอด ณ โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ในระหว่างเดือนมิถุนายน 2562 ถึง เดือนกรกฎาคม 2562 กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ มารดาหลังคลอด กลุ่ม Day2 ณ โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ในระหว่างเดือนมิถุนายน 2562 – กรกฎาคม 2562 จำนวน 100 คน ใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) สื่อดิจิทัลในรูปแบบอินโฟกราฟิก 2) แบบประเมินความความเหมาะสมของสื่อดิจิทัลในรูปแบบอินโฟกราฟิก 3) แบบประเมินการรับรู้ของมารดาหลังคลอด ผลการวิจัยพบว่า 1. การพัฒนาสื่อดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด พบว่าได้สื่อดิจิทัลในรูปแบบอินโฟกราฟิกการสอนมารดาหลังคลอด จำนวน 4 ตอน ดังนี้ 1) การดูแลตนเองภายหลังคลอดเมื่อกลับบ้าน 2) การดูแลทารกแรกเกิดที่บ้าน 3) ทารกแรกเกิดมีภาวะตัวเหลือง 4) ภาวะตกเลือดหลังคลอดและมีผลการประเมินคุณภาพโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.65, S.D.= 0.48) 2. ผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด พบว่า มารดาหลังคลอดมีผลการรับรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.58, S.D.= 0.65) 3. อัตราการกลับมารักษาซ้ำที่โรงพยาบาลของมารดาหลังคลอดของกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแลกับกลุ่มที่ไม่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแล มีแตกกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05