Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2562

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดการกลับมารักษาซ้ำในโรงพยาบาลของมารดาหลังคลอด

พจน์ศิรินทร์ ลิมปินันทน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2562

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาสื่อดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด 2) เพื่อศึกษาผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด และ3) เพื่อเปรียบผลอัตราการกลับมารักษาซ้ำที่โรงพยาบาลของมารดาหลังคลอดของกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแลกับกลุ่มที่ไม่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแล การดำเนินวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ผลการพัฒนาสื่อดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด ระยะที่ 2 ผลการศึกษาผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด และผลการเปรียบผลอัตราการกลับมารักษาซ้ำที่โรงพยาบาลของมารดาหลังคลอดของกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแลกับกลุ่มที่ไม่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแล ประชากรในการศึกษาครั้ง คือ มารดาที่มาคลอด ณ โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ในระหว่างเดือนมิถุนายน 2562 ถึง เดือนกรกฎาคม 2562 กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ มารดาหลังคลอด กลุ่ม Day2 ณ โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ในระหว่างเดือนมิถุนายน 2562 – กรกฎาคม 2562 จำนวน 100 คน ใช้การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) สื่อดิจิทัลในรูปแบบอินโฟกราฟิก 2) แบบประเมินความความเหมาะสมของสื่อดิจิทัลในรูปแบบอินโฟกราฟิก 3) แบบประเมินการรับรู้ของมารดาหลังคลอด ผลการวิจัยพบว่า 1. การพัฒนาสื่อดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด พบว่าได้สื่อดิจิทัลในรูปแบบอินโฟกราฟิกการสอนมารดาหลังคลอด จำนวน 4 ตอน ดังนี้ 1) การดูแลตนเองภายหลังคลอดเมื่อกลับบ้าน 2) การดูแลทารกแรกเกิดที่บ้าน 3) ทารกแรกเกิดมีภาวะตัวเหลือง 4) ภาวะตกเลือดหลังคลอดและมีผลการประเมินคุณภาพโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.65, S.D.= 0.48) 2. ผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับดูแลมารดาหลังคลอด พบว่า มารดาหลังคลอดมีผลการรับรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.58, S.D.= 0.65) 3. อัตราการกลับมารักษาซ้ำที่โรงพยาบาลของมารดาหลังคลอดของกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแลกับกลุ่มที่ไม่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดูแล มีแตกกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05

คำสำคัญ

Digital Technologypostpartumเทคโนโลยีดิจิทัลมารดาหลังคลอดreadmissionการกลับเข้ามารักษาซ้ำในโรงพยาบาล

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาตัวชี้วัดผลลัพธ์การพยาบาลผู้รับบริการหญิงที่รับการรักษา ภาวะการมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

ดุษฎี น้อยดี วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ พ.ศ. 2563

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ของผู้เรียนรายวิชาการพยาบาลมารดาทารกและผดุงครรภ์ 1

วราภรณ์ บุญยงค์ พ.ศ. 2562

การพัฒนาเทคโนโลยีทางการเรียนการสอนทางการพยาบาลมารดาและทารกและการผดุงครรภ์

ประทุมา ฤทธิ์โพธิ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2561

การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กพิการ

กรรวิภาร์ หงษ์งาม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2564

มาตรการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์

ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต พ.ศ. 2557

ผลของโปรแกรมเตรียมความพร้อมด้านการผดุงครรภ์ด้วยสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ต่อทักษะการตัดสินใจทางคลินิกและความสำเร็จ ในการสอบประมวลความรอบรู้ของนักศึกษาพยาบาล

ศศิกานต์ กาละ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2559

การฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพาในชุมชนผ่านเทคโนโลยีสุขภาพทางไกล

งามเนตร เอี่ยมนาคะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พ.ศ. 2564

การพัฒนาระบบการตอบโต้ความเสี่ยงเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลในเครือข่ายเขตสุขภาพภาคเหนือตอนบน.

กิ่งพิกุล ชำนาญคง กรมอนามัย พ.ศ. 2563

การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียเรื่องกลไกการคลอดสำหรับนักศึกษาพยาบาล

มาลี เกื้อนพกุล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ พ.ศ. 2563

การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำหรับพยาบาลปริศัลยกรรมในการดูแลผู้ป่วยผ่าตัดก้อนเนื้องอกสมอง โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

บุญทิพย์ สิริธรังศรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2563