การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้วยสื่อมัลติมีเดีย 2 ภาษา (ไทย-มลายู) ในการดูแลสุขภาวะที่ดีของทารกแรกเกิดในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Action Research) มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย 2 ภาษา (ไทย-มลายู) ในการดูแลสุขภาวะที่ดีของทารกแรกเกิด (2) เพื่อพัฒนามุมนมแม่ ในการให้บริการมารดาหลังคลอด และ (3) เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยความรู้ และทักษะของ อสม. และมารดาในการดูแลทารกแรกเกิดโดยผ่านการฝึกอบรมปฏิบัติการร่วมกับการใช้สื่อมัลติมีเดีย 2 ภาษา (ไทย-มลายู) โดยมีการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ (1) ระยะการวางแผนงาน มี 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมวางแผนการจัดการความรู้ฯ และกิจกรรมพัฒนารูปแบบการดูแลและติดตามทารกแรกเกิด และองค์ความรู้ในรูปแบบสื่อมัลติมีเดียฯ กลุ่มตัวอย่างคือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานอนามัยแม่และเด็ก จำนวน 20 คน (2) ระยะดำเนินการ มี 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติในการดูแลทารกแรกเกิด และสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียฯ ในการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน และกิจกรรมจัดทำไลน์กลุ่มเป็นช่องทางที่ อสม. สามารถเข้าถึงข้อมูล กลุ่มตัวอย่างคือ อสม.ในพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 340 คน และ (3) ระยะติดตาม มี 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมติดตามการเข้าถึงองค์ความรู้ในการดูแลติดตามสุขภาวะทารกแรกเกิดในพื้นที่ โดยการจัดทำมุมนมแม่ กิจกรรมติดตามการเข้าใจองค์ความรู้ในการดูแลและติดตามสุขภาวะทารกแรกเกิดในพื้นที่ โดย อสม. โดยการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของ อสม. กลุ่มตัวอย่างคือ มารดา-ทารกแรกเกิด จำนวน 30 คู่ ผลการวิจัย ดังนี้ 1. รูปแบบของสื่อมัลติมีเดีย 2 ภาษา (ไทย-มลายู) เป็นรูปแบบที่สามารถเข้าถึงโดยการแสกน QR code เพื่อติดต่อใน application line ประกอบด้วย (1) การลงทะเบียนเพื่อใช้บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของ มารดา-ทารก และ อสม. (2) เนื้อหาการเรียนรู้การดูแลทารกทารกเกิด ที่มีวิดิโอ ภาพ เสียงประกอบ (3) แบบทดสอบความรู้ และ (4) แบบประเมินความพึงพอใจในการใช้งาน 2. มีการพัฒนามุมนมแม่ เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ มารดาหลังคลอด และผู้ที่สนใจมาขอคำปรึกษาในการดูแลทารกแรกเกิด โดยจะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ บริการในการส่งเสริมการเลี้ยงทารกด้วยนมแม่ และมี QR code เพื่อแสกนเข้าถึงสื่อมัลติมีเดียฯ จำนวนทั้งสิ้น 17 รพ.สต ที่ครอบคลุมอำเภอเมือง และยี่งอ จังหวัดนราธิวาส 3. เปรียบเทียบด้านความรู้ และทักษะ ก่อนและหลัง ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฯ โดยใช้สถิติ pair T-test ในกลุ่ม อสม. จำนวน 340 คน พบว่า หลังการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฯ มีคะแนนความรู้ และทักษะเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 2.56, t=2.78, p<0.05 ตามลำดับ) 4. เปรียบเทียบด้านความรู้ และทักษะ ก่อนและหลัง ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฯ โดยใช้สถิติ pair T-test ในกลุ่มมารดา จำนวน 30 คน พบว่า หลังการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฯ มีคะแนนความรู้ และทักษะเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 1.64, t=2.08, p<0.05 ตามลำดับ)