การใช้เทคนิคสเปกโตรสโกปีย่านใกล้(NIRS) ในการประเมินความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทางเคมี และเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การทดลองครั้งนี้ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทางเคมีของน้ำนม จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว ในสภาพการเลี้ยงทั่วไปของเกษตรกรและ การใช้เทคนิค NIRS ในการตรวจสอบความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทางเคมีของน้ำนม จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว ในโคที่เป็นโรคเต้านมอักเสบ กับโคที่ไม่เป็นโรคเต้านมอักเสบโดยทำการเก็บตัวอย่างน้ำนมจากฟาร์มเกษตรกร ของสหกรณ์โคนมภูพาน และทดสอบน้ำนมด้วยน้ำยา CMT ทำการวิเคราะห์ด้วยเครื่อง Milko Scan FT 6000 สำหรับวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของน้ำนม และ เครื่องFossomatic 5000 basic สำหรับวิเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนม และทำการสแกนด้วยเครื่อง NIRS 2 ชนิด คือ NIRFlex N-500 (Buchi, Switzerland) แบบ fiber optic solids และ แบบ vial solids ในช่วงความยาวคลื่น 4000 to 10000 cm–1 และ Prototype สร้างสมการทำนายด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป The Unscrambler? CAMO Softwareversion 9.8 และทำการวิเคราะห์น้ำนมด้วยเครื่อง Fossomatic5000 ทำการแปลงข้อมูลสเปกตรัมดั้งเดิมด้วยวิธีการปรับเส้นเรียบ Savitzky-Golayseconderivativeร่วมกับ MSC แล้ววิเคราะห์สร้างสมการทำนายเชิงปริมาณ Partial least square regression (PLS) ด้วยวิธี Savitzky-Golayseconderivativeและทดสอบสมการแบบ Full cross validation การทดสอบร่วมระหว่างเครื่อง NIR Flex500 และ เครื่อง Prototype พบว่าให้ค่าประสิทธิภาพในการสร้างสมการทำนายใกล้เคียงกัน ซึ่งในขั้นตอนต่อไป จำเป็นต้องวางแผนการทดลองทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องอย่างชัดเจน รวมถึงความคงทน ความแม่นยำ เที่ยงตรงในการตรวจสอบ ในส่วนของการทำนายค่าองค์ประกอบของน้ำนมพบว่า ในการทำนายเซลล์เม็ดเลือดขาว ในน้ำนมเต้านมอักเสบ พบว่ามีประสิทธิภาพในการทำนายได้ดี สามารถใช้เป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการตรวจสอบน้ำนมที่มาจากเต้านมอักเสบ