การสร้างศักยภาพการอ่านของเยาวชนในศตวรรษที่ 21
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพในการอ่านของเยาวชน 2)เพื่อพัฒนาสื่อสร้างเสริมการอ่านของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 และ 3) เพื่อสร้างศักยภาพในการอ่านของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยแบ่งการวิจัยเป็น 5 ระยะคือ ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมการ ระยะที่ 2 ขั้นวิเคราะห์ศักยภาพด้านการอ่าน ระยะที่ 3 ขั้นพัฒนาสื่อสร้างเสริมการอ่าน ระยะที่ 4 ขั้นดำเนินการสร้างศักยภาพด้านการอ่านและระยะที่ 5 ขั้นสรุปบทเรียน กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 192 คนและครูจำนวน 10 คนในโรงเรียนภูกระดึงวิทยาคม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการทดสอบ การสัมภาษณ์และการทดลองการใช้สื่อในการอ่าน เครื่องมือคือแบบทดสอบ แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบก่อนทดลอง และแบบทดสอบหลังทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลวิจัยพบว่า 1) ผลการวิเคราะห์ศักยภาพในการอ่านของเยาวชนพบว่าปัญหาศักยภาพการอ่านของเยาวชนคือการอ่านอย่างใช้วิจารญาณเนื่องจากกลุ่มข้อสอบด้านที่เยาวชนตอบผิดมากที่สุดคือกลุ่มข้อสอบที่วัดการใช้วิจารญาณในการอ่าน 2) ผลการพัฒนาสื่อสร้างเสริมการอ่านของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 พบว่า เยาวชนต้องการพัฒนาสื่อสร้างเสริมการอ่านที่มีภาพและเสียงที่เคลื่อนไหวได้ เช่นสื่อวีดิทัศน์เพราะน่าสนใจ ไม่น่าเบื่อและทำให้เข้าใจได้และสื่อที่สร้างเสริมการอ่านอย่างมีวิจารณญาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของเยาวชนคือบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งได้พัฒนาบทเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่องการอ่านอย่างมีวิจารญาณขึ้นมา 1 ชุดที่มีขั้นตอนและเนื้อหาที่เป็นระบบ ชัดเจนและง่ายต่อการอ่านของเยาวชน 3) ผลการสร้างศักยภาพในการอ่านของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 พบว่า ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านอย่างมีวิจารญาณโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเปรียบเทียบคะแนนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนพบว่ามีค่าเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 8.17 ( = 8.17, S.D = 1.69)ส่วนค่าเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 16.38 ( = 16.38, S.D = 2.07) คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05