การพัฒนาหลักการสอนวิปัสสนากรรมฐานของสำนักปฏิบัติธรรมต้นแบบแนวสติปัฏฐานสูตร ภายใต้การสนับสนุนและเผยแผ่ของสมเด็จพระ พุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสมมหาเถระ,ป.ธ.9, M.A., Ph.D)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ ๑) เพื่อศึกษาหลักการสอนวิปัสสนาภาวนาตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท ๒).เพื่อศึกษาหลักการสอนวิปัสสนาภาวนาของสานักปฏิบัติธรรมต้นแบบ ตามแนวสติปัฏฐานสูตร ภายใต้การสนับสนุนและเผยแผ่ของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสมมหาเถระ) กรณี: สานักวิปัสสนากรรมฐานวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร สานักปฏิบัติธรรมประจาจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ ๑ ๓).เพื่อศึกษาการพัฒนาการสอนวิปัสสนาภาวนาของสานักปฏิบัติธรรมต้นแบบ ตามแนวสติปัฏฐานสูตร ภายใต้การสนับสนุนและเผยแผ่ของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสมมหาเถระ) กรณี: สานักวิปัสสนากรรมฐานวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร สานักปฏิบัติธรรมประจาจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ ๑ การวิจัยครั้งนี้ พบว่า การปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาตามหลักสติปัฏฐานสูตร เป็นการใช้สติและปัญญาพิจารณากาหนดรู้ รูป นาม สภาวธรรมทางกาย เวทนา จิต ธรรม ตามความเป็นจริง จนหยั่งรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง แปรปรวนไปของสภาวธรรมทั้งหลายว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคลตัวตนเราเขา สานักวิปัสสนากรรมฐานวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร สานักปฏิบัติธรรมประจาจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ ๑ มีแนวทางของการสอนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นเป็นไปตามหลักคาสอนของพระพุทธเจ้าปฏิบัติตามแนวสติปัฏฐานสูตร และมีการพัฒนารูปแบบการสอนในการปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมต่อการปฏิบัติ แต่ยังคงมุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติได้พบพระธรรมจริง พระธรรมแท้ จนถึงการพ้นทุกข์อย่างสิ้นเชิง การพัฒนารูปแบบการสอนการวิปัสสนาภาวนาของสานักวิปัสสนากรรมฐาน วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร สานักปฏิบัติธรรมประจาจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ ๑ นั้นมีแนวทางของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่โดดเด่น คือเรื่องของการกาหนดตามตาแหน่งของร่างกาย ๒๘ จุด โดยใช้จิตกาหนดไปที่จุดต่างๆ ในร่างกายเพื่อให้มีมีสติรู้ทันปัจจุบันธรรม ทาให้มีกาลังสติกล้าแข็ง กาหนดจดจ่อต่อเนื่อง ทาให้มีกาลังสมาธิที่แข็งแรง (ขณิกสมาธิ) และป้องกันการเข้าสมาธิลึก และเป็นการปรับอินทรีย์อีกวิธีหนึ่ง จนกระทั่ง ๓ วันสุดท้าย จะมีการปฏิบัติที่เข้มข้นโดยการปฏิบัติเนสัชชิกกัง (การไม่นอน) และไม่อาบน้า จะมีการอธิษฐานในธรรมะวิเศษ (การทบทวนญาณ) การอธิษฐานการเกิดดับ (มีความชานาญเชี่ยวชาญในวสี) และการอธิษฐานเพื่อเข้าผลสมาบัติการอธิษฐานเช่นนี้ก็เพื่อชัดเจนและทบทวนในสภาวธรรมและจะได้ค้นพบสภาวธรรมของตนเอง จนทาให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ และพบว่าเป็นหนทางแห่งความดับทุกข์ จนบรรลุเป้าหมาย คือมรรค ผล นิพพาน ตามบารมีที่สั่งสมมาของตนเอง