Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

การศึกษาแบบมีส่วนร่วมเกี่ยวกับรูปแบบเชิงนโยบาเพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงของนักเรียนและนักศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์

กนกกันต์ จรูญรักษ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อที่จะศึกษาสภาพปัญหาความรุนแรงของนักเรียนและนักศึกษา และเพื่อศึกษาแบบมีส่วนร่วมเพื่อกำหนดให้เป็นนโยบายในการแก้ปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงของนักเรียนและนักศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์ วิธีการศึกษาใช้ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพใช้การจัดสนทนากลุ่ม (Focus group) ใน 4 เขตการศึกษา เชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเชิงสำรวจ โดยมีค่าความน่าเชื่อถือที่ Cronbachs Alpha = .75 และ ระดับความสัมพันธ์ในชุมชน ได?ค?า Cronbachs Alpha = .76 ผลการศึกษาพบว่า สภาพปัญหาความรุนแรง ด้านร่างกาย ด้านจิตใจที่นักเรียนและนักศึกษาได้รับ ตามรายละเอียดหัวข้อที่สอบถาม จัดอยู่ในระดับ มาก สาเหตุเกิดจากปัญหา เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ เกิดจากการทะเลาะวิวาท การเรียนแบบจากสิ่งเร้าที่มากระตุ้น การกระทบกระทั่งจากการแข่งขันและการเชียร์กีฬา ปัญหาครอบครัว กิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดเพื่อเป็นการลงโทษ เช่น กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ที่มีความรุนแรงแฝงอยู่ พัฒนาการของตัวนักเรียนนักศึกษา เช่น การแสวงหาการยอมรับ อยากทดลองหาประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและการเรียนแบบจากรุ่นพี่ โดยมีแนวทางในการแก้ปัญหาพฤติกรรม คือ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และตัวนักเรียนนักศึกษาเองจะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา การอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ผู้ปกครอง การทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ชุมชนน่าอยู่ โรงเรียนให้การศึกษาอบรมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความมีวินัยและหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายจะต้องบังคับใช้อย่างเต็มที่ นโยบายสำหรับการแก้ไขปัญหาจะต้องชัดเจนและต่อเนื่อง และรูปแบบเชิงนโยบายเพื่อใช้ในการแก้ปัญหา พบว่า มีอยู่ 1 รูปแบบ คือ รูปแบบการดูแลและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษา โดยกำหนดให้มีขั้นตอนในการปฏิบัติ คือ 1) การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล 2) การคัดกรองกลุ่มเสี่ยง 3) การเยี่ยมบ้าน เพื่อติดตามสร้างความไว้ใจและใกล้ชิดกับปัญหา 4) การป้องกันและแก้ไข โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ปกครองและนักเรียนนักศึกษา ครูกับผู้ปกครอง และ นักเรียนนักศึกษากับครูเพื่อความสัมพันธ์อันดี 4.1) เน้นในกลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโดยการคัดเลือกเป็นกลุ่มตัวอย่าง เป็นการสร้างความรู้เกี่ยวกับการดูแลเอาใจใส่ และศึกษาสภาพปัญหาทางสังคมของครอบครัวและนักเรียนนักศึกษา 4.2) เน้นวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการนุ่มนวลอาศัยการบอกอย่างผู้รู้ 4.3) เน้นกิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน” 5)ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายนอก เช่น นักจิตวิทยา โรงพยาบาล สาธารณสุข สำหรับมาตรการลงโทษกรณีที่นักเรียนนักศึกษามีพฤติกรรมความรุนแรง หรือเกิดการทะเลาะวิวาทให้มีบทกำหนดโทษ หรือ มาตรการลงโทษไว้ ดังนี้ 1. มาตรการลงโทษเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยกำหนดระเบียบวินัยร่วมกันเน้นการทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความรุนแรงในนักเรียนและนักศึกษา เช่น กิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อลดเวลาว่างของเด็กแต่สามารถสร้างที่ยืนทางสังคมให้กับนักเรียนนักศึกษาเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งยังเป็นการลดพื้นที่มั่วสุม 2. อบรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเน้นที่ตัวเด็กที่เป็นกลุ่มแกนนำ (หัวโจก)

คำสำคัญ

21ปีเช่น2550สื่อสิ่งพิมพ์เป็นต้นสื่อโทรทัศน์การดื่มสุรามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์อบายมุขการมีเพศสัมพันธ์2550)ดังนั้นอย่างไรก็ตามกล่าวคือการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพนั้นการดูสื่อลามกอนาจารการทะเลาะวิวาทเนื่องจาการเล่นเกมส์การพูดคำหยาบการมีคู่รักการเล่นเกมส์การสำรวจพฤติกรรมความรุนแรงของนักเรียนและนักศึกษาในจังหวัดบุรีรัมย์ควรมีการศึกษาเชิงลึกแบบมีส่วนร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันเกี่ยวกับพฤติกรรมความรุนแรงดังกล่าวจากผลการวิจัยเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้กระบวนการวิจัยเข้าไปค้นหารูปแบบและแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยเหตุนี้นักเรียนและนักศึกษาจึงมีพฤติกรรมของแต่ละคนเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันโดยคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้ชี้ให้เห็นว่าได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นได้ให้ความสนใจที่จะศึกษาสภาพปัญหาและหาวิธีการในการแก้ไขถือว่าเป็นกำลังสำคัญอย่างยิ่งของประเทศชาติทั้งนี้อาจเกิดจากสิ่งโน้มน้าวหลายประการทั้งภาครัฐและเอกชนทำให้นักเรียนและนักศึกษาในปัจจุบันจึงมีพฤตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดนักเรียนที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีพฤติกรรมรุนแรงน้อยกว่านักเรียนที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายนักเรียนและนักศึกษานักเรียนและนักศึกษาภายในจังหวัดบุรีรัมย์นั่นหมายความว่าเนื่องจากปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยในงานวิจัยชิ้นนี้ทำให้ทราบสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมความรุนแรงและได้มีข้อเสนอแนะว่าในทางตรงกันข้ามหากสภาพแวดล้อมดีก็อาจส่งผลต่อพฤติกรรมในทางที่ดีได้ในปัจจุบันจึงมีนักวิชาการและนักปฏิบัติการในองค์กรต่างๆในปัจจุบันโลกเข้าสู่ยุคแห่งโลกาภิวัตน์ซึ่งมีความเจริญเติบโตด้านวัตถุเป็นอย่างมากประกอบกับสังคมมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้านพฤติกรรมการหนีเรียนพฤติกรรมรุนแรงดังกล่าวมีดังนี้คือพัฒนาการของเด็กในวัยนี้เป็นเรืองละเอียดอ่อนต่อการเรียนรู้มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงในด้านต่างๆเมื่อนักเรียนเรียนในระดับที่สูงขึ้นจะมีพฤติกรรมรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น(สนง.ประกันคุณภาพหลายประการโดยมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นไปตามอายุหากนักเรียนและนักศึกษาในวันดังกล่าวมีสภาพแวดล้อมรอบด้านไม่ดีอาจส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ดีอายุวัยของนักเรียนและนักศึกษาที่อยู่ในวัยนี้จะอยู่ในช่วงที่ไม่เกิน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันความรุนแรงของเด็กและเยาวชนบนฐานฮีตลูก-คองหลานของวัฒนธรรมอีสาน ในจังหวัดมหาสารคาม

ปัญญา เสนาเวียง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2563

การศึกษานโยบายการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงในนักเรียนอาชีวศึกษา

ไพรินทร์ ชลไพศาล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พ.ศ. 2560

รูปแบบการพัฒนาการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท และใช้ความรุนแรงของนักเรียน นักศึกษาระดับอาชีวศึกษา ในจังหวัดมหาสารคาม

ขวัญชัย อัตโณ พ.ศ. 2561

รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อลดความรุนแรงในเด็กและเยาวชนโดยใช้ทักษะชีวิต

วีณัฐ สกุลหอม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการทางสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงในเด็กและเยาวชน

นางสาวรยากร งามดี สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2552

ผลของโปรแกรมพัฒนาทักษะการจัดการ ความรุนแรง ต่อการป้ องกันพฤติกรรมก้าวร้าว ของนักเรียนแกนนำเยาวชน ระดับมัธยมศึกษา

วินีกาญจน์ คงสุวรรณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2557

โมเดลเชิงสาเหตุของพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของนักเรียน นักศึกษาระดับอาชีวศึกษา: การตรวจสอบความเที่ยงตรงของอิทธิพลจากการศึกษาระยะยาว และการศึกษาภาคตัดขวาง

ขวัญใจ จริยาทัศน์กร มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2561

ปัญหาความรุนแรง: กระบวนการครอบครอบงำความคิดของนักศึกษาอาชีวะในเขตกรุงเทพมหานคร

ศรัณย์ ธิติลักษณ์ มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2563

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสำหรับเด็กและเยาวชนเพื่อลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว จังหวัดเชียงราย

ต้องรัก จิตรบรรเทา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

พัฒนากลไกการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของเด็กในอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ประสบปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว

ศุภธัช ศรีวิพัฒน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2560