Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2566

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์

รัตนาภรณ์ คำแปล สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2566

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคามใน รูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ ชื่อผู้วิจัย นางรัตนาภรณ์ คำแปล และ นางสาวพิริยา เอกวิเศษ ปี 2566 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีคุณภาพ 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนและครูที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างในการตอบแบบสอบถาม คือ ผู้บริหารและครูในโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนนักเรียนวัยรุ่นตอนต้น (ช่วงอายุประมาณ 13-15 ปี) จำนวน 195 โรงเรียน และกลุ่มเป้าหมายในการสัมภาษณ์ได้แก่ ผู้บริหารและครูผู้สอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ ทุกสังกัด โดยเลือกโรงเรียนที่มีบริบทแต่ละด้านที่แตกต่างกัน จำนวน 31 โรงเรียน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตป้องกันภัยคุกคาม ในรูปแบบใหม่ของนักเรียนวัยรุ่นตอนต้นในจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีคุณภาพ โดยการสังเคราะห์เอกสารและ การสนทนากลุ่ม (Focus Group) ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 12 คน ระยะที่ 3 ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนและครูที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น โดยการทดลองใช้ (Try out) กับนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมือนกลุ่มตัวอย่างทุกประการจำนาน 100 คน เต็มหลักสูตร และอบรมครูตามคู่มือการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ จำนวน 100 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. ปัญหาของเด็กและเยาวชนที่ควรนำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรียงจากมากไปหาน้อย คือ ได้แก่ 1) ปัญหา ยาเสพติด 2) ภัยจากอินเทอร์เน็ต 3) ปัญหาการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 4) ปัญหาการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 5) ปัญหาการทะเลาะวิวาท และทักษะชีวิตที่จำเป็นสำหรับนักเรียนวัยรุ่นตอนต้น เรียงตามลำดับ ได้แก่ 1) ด้านการตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น 2) ด้านการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 3) ด้านการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น และ 4) ด้านการจัดการกับอารมณ์และความเครียด 2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) แนวคิดทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง 2) วัตถุประสงค์ 3) ขั้นตอนการจัดกิจกรรม มี 6 ขั้น ได้แก่ ขั้นสร้างความตระหนัก (Awareness : A) ขั้นเสริมสร้างประสบการณ์ ( Enhancing : E ) ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Exchanging : E) ขั้นนำเสนอผลงาน (Presentation : P) ขั้นสรุปความคิดรวบยอด (Conclusion : C) และ ขั้นประยุกต์ใช้ (Application : A) และ 4) การวัดและประเมินผล 3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนและครูที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น พบว่านักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใน ระดับมาก ทุกรายการ รายการที่มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุดคือ นักเรียนคิดว่าการจัดกิจกรรมตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกกิจกรรม ช่วยเหลือกันจนเกิดการเรียนรู้ รองลงมาคือ ในอนาคต ถ้าเผชิญภัยคุกคาม นักเรียนสามารถปฏิบัติตนป้องกันภัยคุกคามเหล่านั้นได้ ส่วนครูมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น ในภาพรวมทุกรายการอยู่ในระดับมากที่สุด รายการที่มีคะแนนเฉลี่ยมากที่สุด คือ กิจกรรมการเรียนรู้มีความหลากหลาย สนุกสนาน เปิดโอกาสให้นักเรียน มีความคิดสร้างสรรค์ ในการออกแบบผลงาน

คำสำคัญ

ทักษะชีวิตรูปแบบการจัดการเรียนรู้Life Skillsวัยรุ่นตอนต้นEarly adolescent) A Learning Modelnew threatsภัยคุกคามในรูปแบบใหม่

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ความรู้และการเตรียมความพร้อมต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ : กรณีศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

ภาราดา ชัยนิคม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างเสริมความรอบรู้ทางสุขภาพเกี่ยวกับการป้องกันความรุนแรงทางด้านร่างกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรีเขต 2

กรัณฑรัตน์ บุญช่วยธนาสิทธิ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

การพัฒนาชุดกิจกรรมแนะแนวที่เน้นสื่อประสมเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 จังหวัดนครศรีธรรมราช

ฉลวย ปานเมือง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2557

การพัฒนารูปแบบจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเพื่อชีวิตที่สำเร็จ (EF) ด้านภูมิคุ้มกันชีวิตและป้องกันอบายมุข สำหรับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ชุมชนริมคลองลาดพร้าว

เบญจวรรณ ศรีมารุต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2565

รูปแบบการพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1

จำเนียร พลหาญ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2562

การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคในการใช้ชีวิต ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในจังหวัดชัยนาท

ฐิติวัสส์ สุขป้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม พ.ศ. 2560

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง ชีวิตปลอดภัย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน

สังเวียน ปินะกาลัง มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558

ผลของการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิตของวัยรุ่น โรงเรียนศึกษาราช ประชานุเคราะห์ 50 จังหวัดขอนแก่น

กาญจนา ไชยพันธุ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558

การพัฒนาพฤติกรรมการเสริมสร้างความปรองดองของเด็กวัยรุ่น

กฤษณา สังขมุณีจินดา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2555

ผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมพัฒนาเยาวชนด้านทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

เบญญาพัชร์ วันทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2559