การเปรียบเทียบปริมาณขยะ ภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยชิ้นนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ มีแนวทางในการบริหารจัดการสู่มหาวิทยาลัยเชิงนิเวศได้ตามยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย ระยะ 15 ปี (พ.ศ. 2555-2569) ขยะและของเสียเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของตัวชี้วัดของความเป็นมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศ จึงนำมาซึ่งการวิจัยโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการด้านขยะ เพื่อให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้นำไปใช้ในการวางแผนการบริหารจัดการที่มุ่งสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศได้ วิธีการดำเนินงานเริ่มจากการศึกษาข้อมูลด้านกายภาพและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางกายภาพในการจัดวางพื้นที่ทิ้งขยะเดิม และลงพื้นที่จริงเพื่อสำรวจข้อมูลเบื้องต้น จากนั้นรวบรวมสถิติของปริมาณขยะตามพื้นที่ศึกษาแต่ละจุด และใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานในพื้นที่ เพื่อสอบถามความเหมาะสมพื้นที่จัดวางถังขยะในปัจจุบัน ด้านลักษณะของถังขยะและพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดวางถังขยะในอนาคต ตลอดจนการศึกษาข้อมูลจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก (UI Green Metric World University Ranking) ทั้ง 22 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย เข้าร่วมการจัดอันดับ จากการศึกษาพบว่าปัจจัยในการเลือกพื้นที่จุดรองรับขยะที่มีความเหมาะสม เพื่อตอบสนองการใช้งาน จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยทางกายภาพทั้ง 5 ปัจจัย ดังนี้ 1. ระยะห่างจากจุดกำเนิดขยะ 2. การเข้าถึงพื้นที่ 3. สภาพแวดล้อมโดยรอบ 4. มุมมอง 5.สภาพภูมิอากาศ ผลจากการศึกษาด้านปริมาณขยะพบว่า จุดทิ้งขยะที่มีปริมาณสูง 2 ลำดับแรก จะอยู่ใกล้กับพื้นที่จอดรถหรือทางสัญจรที่มีการเข้าถึงสะดวกและพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางประเภทร้านอาหาร หรือร้านค้า ซึ่งปัจจัยทั้ง 5 และพื้นที่ดังกล่าว สามารถใช้เป็นแนวทางหลักหรือเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการจัดวางจุดรองรับขยะ ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน การศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณ พบว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีปริมาณขยะประมาณ เฉลี่ย 1,413 กิโลกรัม/ วัน โดยคณะที่มีการเรียนการสอนศึกษาทั่วไป ที่มีปริมาณขยะมากที่สุด คือ อาคารเรียนรวม 80 ปี เฉลี่ย 5.06 กิโลกรัม/ วัน ขยะส่วนใหญ่เป็นขยะเปียก ส่วนคณะที่มีการเรียนการสอนเฉพาะทาง ที่มีปริมาณขยะมากที่สุด คือ อาคารวิทยาศาสตร์ เฉลี่ย 4.96 กิโลกรัม/ วัน ขยะส่วนใหญ่เป็นขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ การศึกษาการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2559 ที่มีคะแนนด้านของเสียมากที่สุด 5 ลำดับแรกคือ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับ 1,251คะแนน อันดับที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ได้รับ 1,152 คะแนน เท่ากัน อันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับ 1,149 คะแนน อันดับที่ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับ 1,101 คะแนน อันดับที่ 5 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ได้รับ 1,074 คะแนน โดยทั้ง 5 อันดับ 6 มหาวิทยาลัยนี้ มีการจัดการขยะทางด้านการจัดทำเตาเผาขยะ การลดการใช้กระดาษและพลาสติก การนำขยะกลับมาใช้ใหม่ และการทำปุ๋ยชีวภาพ ฯลฯ โดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับเพียง 573 คะแนน ในด้านการจัดการของเสีย จึงจำเป็นต้องใช้กรณีศึกษาเหล่านี้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการขยะเพื่อสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเชิงนิเวศต่อไปในอนาคต