กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสถาบันการศึกษาด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม มีการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกรอบแนวคิดในการพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ในระยะ 15 ปี ที่มุ่งไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชีวิต การพัฒนาทั้งในด้านกายภาพและบุคลากรเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน มีการขยายตัวของจานวนอาคาร ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการต่างๆ ส่งผลต่อการใช้พลังงานในภาพรวมของมหาวิทยาลัยที่เพิ่มสูงขึ้น (1)เกิดปัญหามลพิษด้านจราจรที่แออัดและความปลอดภัย (2)ปริมาณความร้อนที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากร การพัฒนาด้านกายภาพที่ไม่มีทิศทางส่งผลกระทบถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมในระดับจุลภาค งานวิจัยชิ้นนี้ มุ่งเน้นศึกษาผลกระทบจากการเกิดปริมาณความร้อนภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ได้แก่ (1)ปริมาณความร้อนจากยานพาหนะ (2)ปริมาณความร้อนจากอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลทาให้อุณหภูมิอากาศภายในมหาวิทยาลัยเพิ่มสูงขึ้นกว่าอุณหภูมิอากาศทั่วไป รวมถึงการศึกษาพื้นที่ธรรมชาติ ได้แก่ (3)พื้นที่สีเขียว ต้นไม้ ในการดูดซับและป้องกันปริมาณความร้อนในสภาพแวดล้อมได้ และสร้างแนวทางการออกแบบ-วางผังแม่บทมหาวิทยาลัยสีเขียว เพื่อความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยสภาพแวดล้อมด้านกายภาพที่ส่งผลทาให้อุณหภูมิอากาศเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ (1)ระบบสัญจรจากยานพาหนะ ซึ่งเป็นการถ่ายเทรังสีความร้อนโดยตรงในปริมาณที่สูง และ (2)ปริมาณความร้อนจากอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการถ่ายเทรังสีความร้อนผ่านตัวกลางที่ได้รับอิทธิพลการตกกระทบของรังสีดวงอาทิตย์ ส่วนปัจจัยสภาพแวดล้อมด้านกายภาพที่ส่งผลทาให้อุณหภูมิอากาศลดต่าลง ได้แก่ (3)พื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นเครื่องมือในการดูซับปริมาณความร้อนและถ่ายเทความเย็นผ่านกระบวนการคายน้าของต้นไม้ ทาให้สภาพแวดล้อมมีปริมาณความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลทาให้อุณหภูมิอากาศลดต่าลงได้ แนวทางการออกแบบ-วางผังแม่บทมหาวิทยาลัยสีเขียว ทาได้โดย 1. จากัดจานวนการเข้าออกยานพาหนะ โดยสร้างพื้นที่/อาคารจอดรถใกล้ประตูทางเข้า-ออก และจัดระบบขนส่งนิเวศ-ชาญฉลาด จะสามารถลดปริมาณยานพาหนะได้ 60, 70 และ 80% ในระยะที่ 1 2 และ 3 ตามลาดับ 2. ลดการก่อสร้างในอนาคตด้วยวัสดุดาดแข็งที่มีค่าความจุความร้อนต่า และให้ร่มเงาแก่วัสดุดาดแข็งปัจจุบันที่การก่อสร้างแล้ว จะสามารถลดปริมาณการแผ่รังสีความร้อนเฉลี่ย 35% 3. เพิ่มปริมาณแหล่งน้า และพื้นที่สีเขียวในบริเวณสภาพแวดล้อมพื้นที่โล่งแจ้ง จะสามารถลดอุณหภูมิอากาศในสภาพแวดล้อมได้เฉลี่ย 4oC ลักษณะดังกล่าวจะช่วย (1)ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (2)ลดการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศและผลิตพลังงานทดแทน (3)ลดอุณหภูมิสภาพแวดล้อมภายนอกอาคาร ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียน-การสอนของบุคลากรและนักศึกษา เกิดการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งเป็นแนวทางในการนาไปสู่มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
ผลการวิจัยที่ได้ จะเป็นการบูรณาการศาสตร์ด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์ ในระดับห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบทางสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการใช้พลังงานภายในมหาวิทยาลัย มีการประเมินการใช้พลังงานที่ลดลง ส่งผลต่อความยั่งยืนทางพลังงานและสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย
กำหนดแนวความคิดที่จะลดการใช้พลังงานลงมากกว่า 50% โดยมุ่งเน้นการลดใช้พลังงานจาก 3 อิทธิพลหลัก ได้แก่ (1)พลังงานจากยานพาหนะ (2)พลังงานจากระบบอาคาร และ(3)พลังงานจากสภาพแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินการบ้างส่วน เช่น นโยบายการใช้จักรยานภายในมหาวิทยาลัย การปรับปรุงหลังคาอาคารเพื่อป้องกันความร้อน และการจัดสวนหย่อมเพื่อลดอุณหภูมิสภาพแวดล้อมเป็นต้น ซึ่งความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีดังกล่าวแสดงผลเฉพาะจุด ยังไม่มีการประเมิน วิเคราะห์แสดงผลในภาพรวมทั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งถ้าวิจัยชิ้นนี้สำเร็จจะสามารถต่อยอดและมีความพร้อมในการพัฒนา ได้ทันที
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders
ผลการวิจัยจะถูกพัฒนาสู่งานออกแบบวางผังแม่บทมหาวิทยาลัยสีเขียว มีการประเมินความยั่งยืนทางพลังงาน และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินการเสนอประกอบการพิจารณาในการพัฒนากายภาพของมหาวิทยาลัยฯ ผ่านอนุกรรมการผังแม่บท และหน่วยงานกองอาคารสถานที่ เพื่อประยุกต์สู่การใช้งานจริง
จากปัญหาด้านพลังงานและสภาพแวดล้อม การวิจัยได้มีการกำหนดโจทย์ที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและมีความพร้อมที่จะประยุกต์ผลการวิจัยสู่งานออกแบบและวางผังแม่บทมหาวิทยาลัยสีเขียว ผ่านหน่วยงานกองอาคารสถานที่