การออกแบบ-วางผังแม่บทพื้นที่สีเขียวภายนอกอาคาร เพื่อควบคุมสภาพอากาศ ให้มีความเหมาะสมต่อสภาวะน่าสบายของมนุษย์ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาการวางผังการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพตามการจาแนก ประเภทของพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งมีผลต่อสภาวะน่าสบายของผู้เข้ามาใช้พื้นที่ ภายนอกอาคารของมหาวิทยาลัย โดยทา การสา รวจพื้นที่ 6 กลุ่มอาคาร การบรรลุวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่ออุณหภูมิอากาศและปริมาณความชื้น สัมพัทธ์ภายนอกอาคารซึ่งประกอบด้วย 2 ข้อมูลหลัก คือ (1)ข้อมูลของไม้ยืนต้น ที่ประกอบไปด้วย ปริมาณการส่องผ่านของรังสีดวงอาทิตย์(Solar radiation) และข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ อากาศใต้ร่มเงาต้นไม้เปรียบเทียบกับอุณหภูมิอากาศทั่วไป โดยพบลักษณะทรงพุ่ม 15 ทรงพุ่ม เป็น ไม้ผลัดใบ มีความหนาแน่นทรงพุ่ม 3 ระดับ จานวน 36 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นทรงพุ่มหนาแน่น ปานกลาง มีระดับการสกัดกั้นรังสีดวงอาทิตย์ 70-90% ต้นไม้ที่มีทรงพุ่มทึบมีระดับการสกัดกั้นรังสี ดวงอาทิตย์ >90% โดยแต่ละพื้นที่มีลักษณะการใช้พื้นที่ภายนอกอาคารทั้งแบบ passive และ active และพบต้นไม้ยืนต้นที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 20 เซนติเมตร ทุกพื้นที่ ส่วนใหญ่มีลักษณะ ของการใช้พื้นที่ว่างเป็นแบบ canopy space และ semi opened space (2)ข้อมูลสิ่งปกคลุมผิวพื้น 5 แบบ คือ ยางมะตอย คอนกรีต ดิน หญ้า และน้า การเปรียบเทียบความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศ ในแต่ละช่วงเวลา ที่เกิดจากอิทธิพลต้นไม้ใหญ่และสิ่งปกคลุมผิวพื้น พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยสิ่งปกคลุม ผิวพื้นของพื้นที่โดยรอบหอพักนักศึกษามีค่าสูงที่สุด คือ 28.77 องศาเซลเซียส ซึ่งมีค่าสูงกว่า อุณหภูมิที่อยู่ใต้ต้นไม้ 1.87 องศาเซลเซียส และอุณภูมิเฉลี่ยสิ่งปกคลุมพื้นผิวของพื้นที่พื้นที่พิพิธภัณฑ์เกษตรไทยและสมาคมศิษย์เก่ามีค่าต่า กว่าบริเวณอื่น คือ 26.64 และมีค่าสูงกว่าอุณหภูมิที่ ใต้ต้นไม้ใหญ่ 0.10 องศาเซลเซียส การบรรลุวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ศึกษาอัตราส่วนองค์ประกอบทางภูมิทัศน์ ที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศต่อหน่วยพื้นที่ พบว่า ในพื้นที่ของอาคารบริหารมีสัดส่วนของพื้นที่ร่มเงา ต้นไม้ใหญ่มากว่าพื้นที่สิ่งปกคลุมผิวพื้นมากที่สุด ส่วนพื้นที่สัญลักษณ์และกิจกรรมของ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีสัดส่วนของพื้นที่ร่มเงาต้นไม้ใหญ่น้อยกว่าพื้นที่สิ่งปกคลุมผิวพื้น ถึง 2.3 เท่า ซึ่งเป็นค่าที่ผกผันมากที่สุด ซึ่งค่าผกผันมีอีกหลายพื้นที่ คือ (1)พื้นที่อาคารเรียนรวมและห้องสมุด และ (2)พื้นที่อาคารเรียนคณะบริหารธุรกิจ คณะวิทยาศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรม ศาสตร์ฯ ตึกบริหารคณะผลิตกรรมการเกษตร ซึ่งมีค่าสูงกว่า 0.02 องศาเซลเซียส ของสภาวะสบาย ของมนุษย์ ที่ช่วงอุณหภูมิ 21.1 – 27.8 องศาเซลเซียส การบรรลุวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 การสร้างแนวทางการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อควบคุม สภาพอากาศให้ใกล้เคียงสภาวะน่าสบายของมนุษย์ โดยกา หนดเฉพาะพื้นที่ของคณะสถาปัตยกรรม ศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ของตึกบริหารของคณะผลิตกรรมการเกษตร จากการ วิเคราะห์และสังเคราะห์นาไปสู่กระบวนการออกแบบ พบว่าควรมีการออกแบบให้มี ความโปร่ง แลดูร่มรื่น แต่ไม่รกทึบเหมือนในปัจจุบัน โดยเฉพาะบริเวณลานไทร ส่วนบริเวณทางทิศใต้ของตึก คณะผลิตกรรมการเกษตรควรมีแสงแดดส่องถึง จัดทาเป็ นพื้นที่ฐานเรียนรู้ด้านพืชสมุนไพร ออกแบบให้พื้นที่มีที่จอดรถและทางสัญจรที่สะดวก สะอาดและปลอดภัย ควรตัดแต่งกิ่งต้นไม้ยืน ต้นให้มีทรงพุ่มที่สวยงามและโปร่ง เพื่อการออกแบบพื้นที่โล่งให้ลมพัดความเย็นผ่านบริเวณที่ ต้องการ เรียกว่า wind drop space คือบริเวณใต้ตึก ควรจะบอนย้ายไม้ยืนต้นบางส่วนที่บดบัง ทัศนียภาพของหน้าอาคารภูมิทัศน์ รวมทั้งให้มีที่นั่งใต้ร่มไม้สาหรับอ่านหนังสือหรือทา งานของ บุคลากรและนักศึกษา เพิ่มศักยภาพการระบายน้า และความยืดหยุ่นในการใช้งานที่หลากหลายใน บริเวณใต้ลานไทร หน้าอาคารภูมิทัศน์ เพื่อใช้ประกอบกิจกรรมของคณะในช่วงต่างๆได้ทุกฤดู