การออกแบบ-วางผังแม่บทอาคารและสิ่งปลูกสร้าง จากอิทธิพลการแผ่รังสีความร้อน ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศภายนอก เพื่อความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม กรณีศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาด้านกายภาพของมหาวิทยาลัย ตามแนวทางการก้าวสู่มหาวิทยาลัยสีเขียวและ แม่โจ้ 100 ปี มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต แปรผกผันกับปริมาณการใช้พลังงานในภาพรวมของมหาวิทยาลัยและอุณหภูมิอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และสภาวะน่าสบายของบุคลากรและนักศึกษา งานวิจัยชิ้นนี้มุ่งเป้าสู่การศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศขนาดจุลภาคภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อค้นหาปัจจัยสภาพแวดล้อมโดยรอบพื้นที่ ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และสร้างแนวทางการควบคุมระดับอุณหภูมิอากาศไม่ให้แตกต่างจากเขตสภาพของมนุษย์มากจนเกินไป โดยทาการเก็บข้อมูลสภาพอากาศทุกพื้นที่ 200 ตร.ม. ภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในช่วงเวลาทาการ (8:00-17:00 น.) และค้นหาปัจจัยที่ส่งผลทาให้อุณหภูมิอากาศแตกต่างกัน วิเคราะห์และออกแบบเพื่อลดความแตกต่างของสภาพอากาศที่ส่งผลต่อสภาวะน่าสบายของมนุษย์ จากการเก็บข้อมูลอุณหภูมิอากาศ พบว่า ร้อยละ 92 ของพื้นที่ มีระดับอุณหภูมิอากาศสูงกว่าอุณหภูมิอากาศทั่วไป และร้อยล่ะ 97 ของพื้นที่ มีระดับอุณหภูมิอากาศสูงเกินเขตสบายของมนุษย์ ระดับปริมาณความชื้นสัมพันธ์อยู่ในเขตสบายของมนุษย์ มีความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศสูงถึง 23C (ช่วงเวลา 12:00-13:00น.) ลักษณะดังกล่าว เกิดจากอิทธิพลการถ่ายเทความร้อนของวัสดุทางกายภาพโดยรอบพื้นที่ ในสภาพแวดล้อมที่เป็นวัสดุดาดแข็งจะมีค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิอากาศสูงกว่าสภาพแวดล้อมที่เป็นวัสดุดาดอ่อนจากค่าความจุความร้อนของวัสดุที่แตกต่างกัน และสภาพแวดล้อมที่เป็นวัสดุดาดแข็งในพื้นที่โล่งแจ้งจะมีปริมาณการถ่ายเทความร้อนจากผิววัสดุสู่สภาพอากาศสูงสุด ทั้งนี้แนวทางการลดอุณหภูมิอากาศในสภาพแวดล้อมจึงต้องลดการถ่ายเทปริมาณความร้อนของวัสดุดาดแข็งโดยเฉพาะอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่มีพื้นที่ผิววัสดุดาดแข็งสูงสุด สามารถทาได้โดย (1)ให้ร่มเงาแก่วัสดุดาดแข็งระดับล่างและระดับบนจากอิทธิพลต้นไม้ใหญ่และสวนแนวตั้ง ตามลาดับ (2)ลดการก่อสร้างด้วยวัสดุดาดแข็งที่มีค่าความจุความร้อนต่า และ(3) เพิ่มพื้นที่แหล่งน้าในสภาพแวดล้อมโล่งแจ้ง เพื่อเพิ่มปริมาณความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ส่งผลต่อการลดลงของอุณหภูมิอากาศ เป็นต้น