Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

ความตระหนักรู้ของบุคลากรและนักศึกษาเพื่อประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมในการกำหนดนโยบายระบบขนส่งสาธารณะภายในสถาบันการศึกษาและชุมชนเพื่อเข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

สุรวุฒิ สุดหา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความตระหนักรู้ ทัศนคติ เกี่ยวกับการเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียวที่ลดการใช้พลังงาน รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดนโยบายที่ เกี่ยวข้องเพื่อประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมในระบบขนส่งสาธารณะภายในสถาบันการศึกษาและชุมชนรอบข้าง ระหว่างการใช้ยานพาหนะขนส่งสาธารณะประเภทเชื้อเพลิงปกติ และยานพาหนะประเภทไฟฟ้า โดยการสำรวจ ความคิดเห็นของบุคลากร นักศึกษา และประชาชนในชุมชนใกล้เคียง รวมถึงผลกระทบอื่น เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การ เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตอันใกล้ การกำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่างจะใช้การคำนวณหาขนาดของกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีของ Taro Yamane (Yamane, 1973) ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างสำหรับงานวิจัยนี้คือ 376 คน ผู้วิจัยได้ออกแบบ และจัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อนำมาวิเคราะห์ลักษณะ พฤติกรรม การใช้ยานพาหนะ และเชื้อเพลิง การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต้นทุนการเดินทาง ความสนใจในยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า และกำหนดนโยบาย ผลการวิจัยพบว่า มีการใช้เชื้อเพลิงเบนซินมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 88.68 ดีเซลร้อยละ 11.05 มีต้นทุนการเติมเชื้อเพลิงแต่ละครั้งไม่เกิน 100 บาท มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 82.21 และสามารถใช้งานได้เป็นระยะเวลา 4-7 วัน ร้อย ละ 93.27 มีต้นทุนในการบำรุงรักษายานพาหนะช่วงประมาณ 1,001-5,000 บาท มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 66.58 โดยกว่าร้อยละ 54.18 มีค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษา 1 ครั้งในรอบ 2-6 เดือน ผู้ที่ยังไม่พอใจชนิดของยานพาหนะและเชื้อเพลิงที่ใช้ในปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 94.34 และมีความสนใจในยานพาหนะไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 81.13 หากมหาวิทยาลัยมีการให้บริการเช่ายานพาหนะพลังงานไฟฟ้าของตนเอง ประเภทยานพาหนะที่สนใจมากที่สุด คือ จักรยานไฟฟ้าคิดเป็นร้อยละ 83.83 การประเภทเช่ารายภาคการศึกษา มีความสนใจมากถึงร้อยละ 67.39 ที่อัตราค่าเช่ารายวัน 10-15 บาท ร้อยละ 96.23 ผู้ตอบแบบสอบถามทุกคนเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรมีสถานีชาร์จของตนเองได้แล้ว และควรจัดตั้งไว้ บริเวณใกล้ประตู 1 มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 78.17 การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในภาคการขนส่งของการเดินทางปกติของผู้ตอบแบบสอบถามมายังพื้นที่มหาวิทยาลัย รวมถึงชุมชนใกล้เคียง มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 553.13 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือ คิดเป็นเฉลี่ย 1.49 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อคนต่อปี หากมหาวิทยาลัยจะมีการส่งเสริมด้านยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบระบบขนส่ง สาธารณะของมหาวิทยาลัย ยังมีความเสี่ยงที่จะเลือกใช้นโยบายในเรื่องนี้ เนื่องด้วย มีผู้ที่สนใจจะใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะเพียงร้อยละ 7.82 เท่านั้น ความสนใจหากมีนโยบายเช่าประเภทจักรยานไฟฟ้า มีมากถึงร้อยละ 83.83 โดยหากมีการเก็บค่าเช่ารายวัน 10-15 บาท ร้อยละ 96.23 รายเดือน 250- 300 บาท ร้อยละ 97.84 และรายปี 2,000-2,500 บาท ร้อยละ 100 แต่หากมีการให้บริการเช่ารายภาคการศึกษาจะมีความสนใจมากที่สุดถึงร้อยละ 67.39 ผู้ตอบแบบสอบถามมีความตระหนักว่า การผลักดันนโยบายสนับสนุนการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าในมหาวิทยาลัยนั้น จะสร้างภาพลักษณ์ให้มหาวิทยาลัยก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวในอนาคต ร้อยละ 45.28 และยังเห็นว่า การผลักดันนโยบายนี้จะช่วยในการลดโลกร้อนได้ทางหนึ่ง ร้อยละ 28.03 ซึ่งรวมแล้วเป็นร้อยละกว่า 73.31 ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ได้ตระหนักรู้เข้าใจความสำคัญ เกี่ยวกับการใช้ยานพาหนะ พลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานสะอาด จะส่งผลให้สังคมมหาวิทยาลัยเรามีความสีเขียว และความคาดหวังให้เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวในระดับมากที่สุด ถึงร้อยละ 83.83 หากยังมีการใช้พลังงานภาคขนส่งในรูปแบบเดิมจะทำให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายทางสิ่งแวดล้อมในรูปของการเผาผลาญพลังงานเชื้อเพลิงภาคขนส่งเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด 26,313.52 บาทต่อวัน หรือคิดเป็นรวมทั้งหมด 9,604,433.82 บาทต่อปี ในส่วนของการสร้างสถานีชาร์จยานพาหนะไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย กรณีการสร้างสถานีชาร์จ EV ขนาดเล็ก ที่มีตู้และระบบชาร์จไฟฟ้าแบบธรรมดา หรือ AC Charging 1 เครื่อง และแบบชาร์จเร็ว หรือ DC Charging 1 เครื่อง จะมีต้นทุน 2.1 ล้านแบบแบบปกติ และ 2.6 ล้านบาทแบบ Solar Rooftop โดยระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 2.3 และ 2.8 ปี ตามลำดับ

คำสำคัญ

Environmentสิ่งแวดล้อมEnergyพลังงานGreen UniversityมหาวิทยาลัยสีเขียวTransportation systemระบบขนส่ง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาความเป็นไปได้และการออกแบบระบบขนส่งมวลชนที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวของมหาวิทยาลัยแม่โจ้

พันธุ์ระวี กองบุญเทียม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2561

รูปแบบของสิ่งแวดล้อมศึกษาที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคสีเขียว

นงนภัส เที่ยงกมล พ.ศ. 2559

การศึกษาทบทวนการวิจัยและพัฒนาเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในการประเมินมูลค่าสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย

สุจิตรา วาสนาดำรงดี ศูนย์การเป็นเลิศแห่งชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551

กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม: กรณีศึกษาโครงการประเภทคมนาคม

รัชศิริ ประดิษฐ์กุล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2562

นโยบายและกระบวนการพัฒนาเมืองสีเขียวจังหวัดอุดรธานี

อริย์ธัช เลิศรวมโชค มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2567

การศึกษาวิจัยสำรวจสภาพปัญหาผังโครงการก่อนเข้าสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

ณัฐวิภา วิริยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2562

โครงการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อความเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว

พัฑรา สืบศิริ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2560

การจัดการสิ่งแวดล้อมสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวของมหาวิทยาลัยราชภัฏ

กริช สินธุศิริ มหาวิทยาลัยศรีปทุม พ.ศ. 2563

แนวทางการบริหารจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากนโยบายการท่องเที่ยวเมืองรอง ด้วยมิติทางเศรษฐศาสตร์ : กรณีศึกษาเมืองบุรีรัมย์

มนสิชา เพชรานนท์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์สีเขียวของผู้บริโภคด้วยวิธีฟัซซี่ดีมาเทล

วลัยลักษณ์ อัตธีรวงศ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2560