กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยการศึกษาการจัดการโลจิสติกส์เพื่อสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานขนาดย่อม (SMEs) ได้ศึกษาข้อมูลปัจจุบันของโรงงงานน้ำดื่มตัวอย่างแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ทำการเก็บรวบรวมและเก็บข้อมูลการจัดการการขนส่งเพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางการจัดการขนส่งที่เหมาะสม ทางผู้วิจัยได้ออกแบบการจัดการขนส่งเป็น 3 รูปแบบคือ การจัดโซนพื้นที่ การจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า และการเปลี่ยนแปลงยานพาหนะ โดยเลือกแผนการขนส่งที่เหมาะสมที่สุด จากการเปรียบเทียบประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมทั้งเปรียบเทียบต้นทุน การวิเคราะห์พลังงานเชื้อเพลิงในการเทียบเท่าน้ำมันดิบ และระยะเวลาคืนทุนในการขนส่ง ซึ่งสามารถเลือกแผนการขนส่งด้วยเส้นทางที่มีค่าประสิทธิภาพสูงที่สุด จากการเก็บข้อมูลปัจจุบันพบว่าปัญหาของโรงงานตัวอย่างคือการบริหารจัดการการขนส่ง เช่น ไม่มีการวางแผนการจัดการขนส่งและไม่มีการจัดหมวดหมู่ การบรรทุกไม่เต็มประสิทธิภาพ จากการออกแบบรูปแบบการจัดการการขนส่ง 3 รูปแบบ พบว่า การจัดการขนส่งที่ได้ระยะทางที่สั้นที่สุด คือ การจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า โดยรถกระบะบรรทุก 4 ล้อ มีค่าเท่ากับ 143.9 กิโลเมตร การจัดการขนส่งที่มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยที่สุด เป็นการจัดการขนส่งโดยการเปลี่ยนแปลงยานพาหนะเป็นรถกระบะบรรทุก 6 ล้อ ร่วมกับการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าซึ่งมีค่าปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ 30.889 กิโลกรัมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในการเทียบเท่าน้ำมันดิบ คือ การจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า โดยรถกระบะบรรทุก 6 ล้อ มีค่าเท่ากับ 1,207.968 ลิตร หรือมีค่าเท่ากับ 1.041 ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ ซึ่งต้องการมีการลงทุนและสามารถคำนวณระยะเวลาในการคืนทุนเป็น 18.44 เดือน