การพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการแหล่งกำเนิด PM2.5 ภาคการขนส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ ได้แก่ 1) เพื่อระบุมาตรการเชิงพื้นที่ที่มีศักยภาพในการลดมลภาวะทางอากาศโดยเฉพาะ PM2.5 อันเนื่องมาจากภาคการขนส่ง 2) เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรภาคการขนส่งต่อความเข้มข้นของ PM2.5 และ 3) เพื่อระบุปริมาณจราจรและองค์ประกอบตามประเภทรถยนต์ โดยมีพื้นที่ศึกษาหลักคือพื้นที่ภายในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ในการสำรวจข้อมูลปริมาณจราจรได้ทำการสำรวจปริมาณจราจรที่อยู่ใกล้ตำแหน่งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของ คพ. และ กทม. โดยแบ่งรถออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถยนต์ รถกระบะ รถตู้ รถเมล์ขนาดเล็ก รถเมล์ขนาดใหญ่ รถบรรทุกขนาดกลาง และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ผลจากการศึกษาพบว่าปริมาณจราจรมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่สัดส่วนรถแต่ละประเภทไม่แตกต่างกันมากนัก ทั้งในวันหยุด และวันธรรมดา และแม้ว่าปริมาณจราจรจะไม่แตกต่างกันมากนักในฤดูแล้งและฤดูฝน แต่ความเข้มข้นของ PM2.5 แตกต่างกันมาก ซึ่งมีผลมาจากปัจจัยอื่น ในโครงการนี้ได้ใช้แบบจำลองการถดถอยการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรภาคการขนส่งต่อ PM2.5 ร่วมกันตัวแปรต้นอื่น ๆ ได้แก่ ตัวแปรด้านประชากร ตัวแปรด้านสภาพภูมิอากาศ ตัวแปรด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน และตัวแปรการเผาไหม้ในที่โล่ง ผลจากแบบจำลองพบว่ารถกระบะ รถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถเมล์ขนาดใหญ่ส่งผลต่อปริมาณฝุ่น PM2.5 อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม จากแบบจำลองพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อ PM2.5 มากที่สุด คือ ปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ และปัจจัยที่เกี่ยวกับการเผาไหม้ในที่โล่ง เพื่อให้สามารถนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพได้ ในโครงการได้ทำการรวบรวมมาตรการในการแก้ปัญหาจากงานวิจัยในอดีต มาตรการที่รัฐเคยทำหรือเคยมีแผนจะทำ และมาตรการที่ต่างประเทศใช้ เพื่อหามาตรการเบื้องต้นที่เป็นไปได้จริง และนำไปสำรวจความคิดเห็นของทั้งภาคประชาชนและภาคผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังได้ทำการสำรวจมาตรการที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทาง ภายใต้สถานการณ์สมมติต่าง ๆ ผลจากการสำรวจพบว่า สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งนั้น นโยบายของรัฐบาลควรสนับสนุนให้เปลี่ยนไปใช้รถบรรทุกที่มีการปล่อยมลพิษต่ำโดยอาจมีมาตรการเสริม เช่น มีเงินอุดหนุนและการมีละเว้นภาษีในปีแรก และการส่งเสริมการพัฒนาอุปกรณ์กรองฝุ่นละออง PM2.5 ในรถบรรทุก ส่วนมาตรการภาคประชาชน ควรแบ่งเป็นระยะสั้นกลางยาว โดยในระยะสั้นควรเน้นมาตรการที่จะช่วยเปลี่ยนให้ประชนชนไปใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ส่วนในระยะยาว ควรมุ่งเน้นมาตรการส่งเสริมการใช้งานรถที่ปล่อยมลพิษต่ำหรือยานยนต์ไฟฟ้า และมาตรการเสริม เช่น มีการปรับวิธีการคำนวณภาษีรถยนต์ตามปริมาณการปล่อยมลพิษ ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า สนับสนุนให้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีการปล่อยมลพิษต่ำโดยมีเงินอุดหนุนและการมีละเว้นภาษีในปีแรก