การแก้ไขปัญหาการจัดเส้นทางการเดินรถเก็บขยะในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันจังหวัดนครสวรรค์นั้นมีการขยายตัวของแหล่งที่อยู่อาศัยมากขึ้นจากเดิม ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของประชากรในพื้นที่ที่เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีปริมานขยะเพิ่มมากขึ้นตาม และทำให้เทศบาลนครนครสวรรค์ต้องทำการจัดเก็บขยะเพิ่มมากขึ้นตาม ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนในการเก็บขนขยะของเทศบาลนครนครสวรรค์ โดยปัจจุบันต้นทุนในการเก็บขยะอยู่ 16 ล้านบาทต่อปีแต่เก็บค่าบริการเก็บขยะได้เพียง 10 ล้านบาทต่อปี ซึ่งทางเทศบาลนครนครสวรรค์จะต้องรับภาระในส่วนนี้ถึง 6 ล้านบาทต่อปี จากสาเหตุดังกล่าวผู้วิจัยรู้สึกสนใจที่จะแก้ไขปัญหา จึงทำการศึกษาสภาพปัญหาและการปฎิบัติงาน ซึ่งพบว่าสาเหตุหนึ่งที่มีความสำคัญและส่งผลต่อต้นทุนในการเก็บขยะ คือ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีสาเหตุจากระยะทางการเดินรถเก็บขยะเนื่องจากความซ้ำซ้อนของเส้นทางวิ่งรถเก็บขยะ ดังนั้นผู้วิจัยจึงทำการคัดเลือกรถเก็บขยะจากการใช้ทฤษฎี 80/20 ของพาเรโต ในการพิจารณาข้อมูลค่าน้ำมันเชื้อเพลิง พบว่ามีรถเก็บขยะจำนวน 10 คันที่ส่งผลต่อค่าน้ำมันเชื้อเพลิง 80% ของค่าน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมดและนำทฤษฎีอาณานิคมมดมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงเส้นทาง เพื่อลดระยะทางการเดินรถเก็บขยะและลดต้นทุนในการเก็บขยะ ซึ่งพบว่าค่าเฉลี่ยระยะทางการเดินรถเก็บขยะของทุกสายในวันคี่ลดลง 8.70 กิโลเมตรและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5.63 กิโลเมตร ส่วนค่าเฉลี่ยในการเดินรถเก็บขนขยะของทุกสายในวันคู่ลดลง 7.95 กิโลเมตร ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 6.43 กิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงต่อเดือน 25,380 บาทต่อเดือน หรือ 304560 บาทต่อปี