Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การบริหารจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรและการมีส่วนร่วมของชุมชน

วุฒิชัย สิทธิวงษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาการบริการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรและการมีส่วนร่วมของชุมชนมี 5 โครงการย่อยสามารถสรุปได้ดังนี้ โครงการที่1 การจัดการขยะมูลฝอยอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนกรณีศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ โครงการที่ 2 การปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของเชื้อเพลิงขยะจากขยะเทกอง โครงการที่ 3 ผลของวัสดุเสริมแรงด้วยขยะพลาสติก โครงการที่ 4 ประสิทธิภาพเตาผลิตก๊าซชีวมวลสำหรับเชื้อเพลิงขยะเพื่อใช้ในเครื่องยนต์ดีเซลการเกษตร โครงการที่ 5 การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์กับมูลสัตว์โดยใช้กระบวนการหมักแบบ 2 ขั้นตอนร่วมกับระบบทำความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและเพื่อปลุกจิตสำนึกการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นบุคลากรและนักศึกษาภายในวิทยาเขตสุรินทร์ โดยวิธีการสุ่มแบบมีระบบ ผลการวิจัยสรุปว่ารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยไม่มีการคัดแยกประเภทขยะมูลฝอยที่ชัดเจน มีการเก็บและขนขยะทุก 2 วัน การพัฒนาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยควรมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในการสร้างเครือข่ายการคัดแยกขยะอย่างสม่ำเสมอมีหน้าที่ในการให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการขยะชุมชนรณรงค์ให้คนในชุมชนแยกขยะจนเป็นนิสัยเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการนำเสนอวิธีการจัดการขยะมูลฝอย รับรู้และเรียนรู้วิธีการย่อยสลายขยะอย่างต่อเนื่อง ขยะพลาสติกที่เป็นขวดจะนำมาผ่านกระบวนการความร้อนเพื่อสร้างอิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกผสมศึกษาผลของอัตราส่วนผสมของพลาสติกต่างชนิดกับวัสดุผสมต่อความเค้นแรงอัด โครงงานนี้มุ่งเน้นศึกษาค่าความแข็งแรงของพลาสติกอัดด้วยวัสดุผสมชนิดต่างๆ โดยเอาพลาสติกที่คัดแยกได้มาตัดเป็นชิ้นเล็กๆผสมกับวัสดุที่เตรียมเอาไว้โดยใช้ความร้อนหลอมละลายแล้วนำไปทำเป็นก้อนตัวอย่างเพื่อทดสอบหาคุณสมบัติทางวิศวกรรมในห้องปฏิบัติการโดยใช้เครื่องทดสอบหาค่ากำลังอัด จากนั้นหาส่วนผสมที่เหมาะสมที่สุดตามเกณฑ์มาตรฐานเพื่อนำไปใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ อิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกผสม 4 ชนิด พอลิเอทธิลีนเทเรฟธาเลท (PET) พอลิเอธิลีน ความหนาแน่นสูง (HDPE) พอลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE ) พอลิโพรไพลีน (PP) ที่มีอัตราส่วนผสมพลาสติกล้วนและอัตราส่วนพลาสติกต่อทราย 1 :1 และ 1:2 และพลาสติกต่อหิน 1:1 และ 1:2 เพื่อนำมาหาค่าความเค้นอัด จากการทดลองได้ทำการทดสอบความเค้นอัดของอิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกผสมที่มีอัตราส่วนผสมพลาสติกล้วนและอัตราส่วนพลาสติกต่อทราย 1 :1 และ 1:2 และพลาสติกต่อหิน 1:1 และ 1:2 พบว่าอิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกล้วน ชนิด PP มีค่าความเค้นอัดมากกว่าพลาสติกชนิดอื่นๆที่ค่าความเค้นอัด 208 ksc อิฐบล็อกปูพื้นจากพลาสติกผสมทรายชนิด PP ที่อัตราส่วนพลาสติก 1:1 มีค่าความเค้นอัดมากกว่าพลาสติกชนิดอื่นๆที่ค่าความเค้นอัด 250 ksc การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์กับมูลสัตว์ โดยใช้กระบวนการหมักแบบ 2 ขั้นตอนร่วมกับระบบทำความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ทำการทดลองในแต่ละกรณีทั้งหมดจำนวน 7 วัน โดยมีปัจจัยที่ทำการศึกษา คือ อัตราส่วนผสม 30:50:20 30:35:35 30:20:50 (น้ำ:มูลสัตว์:เศษอาหาร) เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ กรณีใช้และไม่ใช้น้ำร้อนในกระบวนการหมัก ผลจากการทดลองแสดงให้เห็นว่าการผลิตก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์กับมูลสัตว์สามารถผลิตก๊าซชีวภาพไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีการย่อยสลายของจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในถังหมักก๊าซชีวภาพสามารถให้ปริมาณผลผลิตของก๊าซชีวภาพที่มีก๊าซมีเทน (CH4) เป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญของก๊าซชีวภาพได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นแล้วยังมีปริมาณก๊าซมีเทนที่ได้จากการวิเคราะห์ผลกรณีใช้และไม่ใช้น้ำร้อนของทั้งสองกรณีเท่ากับร้อยละ 49.86 และ44.33 ซึ่งอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมต่อการติดไฟของก๊าซมีเทนที่ได้จากกระบวนการหมักแบบ 2 ขั้นตอน สำหรับในส่วนของกรณีที่มีการใช้น้ำร้อนเพิ่มประสิทธิภาพในการหมักสามารถช่วยในกระบวนการหมักและช่วยให้อัตราการย่อยสลายของจุลินทรีย์ภายในถังหมักก๊าซที่มีผลต่อการผลิตก๊าซชีวภาพได้ในปริมาณที่มากกว่ากรณีที่ไม่มีการใช้น้ำร้อนช่วยในการหมักก๊าซ คือ ร้อยละ 31.94 นอกจากนั้นแล้วอัตราส่วนผสมมีส่วนที่สำคัญในการผลิตก๊าซเนื่องจากความเข้มข้นของสารอินทรีย์ที่ใช้ในการหมักที่มีสัดส่วนที่แตกต่างกันจึงทำให้มีผลโดยตรงต่อปริมาณผลผลิตของก๊าซมีเทนแตกต่างกัน ในแต่ละกรณีของการศึกษาในครั้งนี้เช่นเดียวกัน

คำสำคัญ

การมีส่วนร่วมBiogasSolar energyพลังงานแสงอาทิตย์ก๊าซชีวภาพMunicipal solid wasteขยะPlastic wasteขยะพลาสติกpublic participation composite materialsSurin campus communityชุมชนวิทยาเขตสุรินทร์พลาสติกผสม

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การบริหารจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรและการมีส่วนร่วมของชุมชน

วุฒิชัย สิทธิวงษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2560

การถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารจัดการขยะชุมชนเพื่อพัฒนาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

พรทวี กองร้อย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

การศึกษาปริมาณและองค์ประกอบขยะมูลฝอยในชุมชนและสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย

อรอนงค์ ลาภปริสุทธิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบจัดการขยะมูลฝอยอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน

สุชาติ แสงทอง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2557

การศึกษาแนวทางบริหารจัดการขยะชุมชน เพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนแบบครบวงจร [ระดับชุมชน]

วีรชัย อาจหาญ ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2553

รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพตามบริบทชุมชนแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

วราวุฒิ มหามิตร มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2561

ผลของการใช้รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจรแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ในเขตเทศบาลตำบลสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์

สม นาสอ้าน พ.ศ. 2559

การบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน โดยความร่วมมือของ 5 อบต อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

วิทยา มีเนตรทิพย์ สถาบันรัชต์ภาคย์ พ.ศ. 2561

แนวทางการจัดการขยะชุมชนด้วยเตาเผาถ่านชีวมวล

เชิดชัย หมื่นภักดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พ.ศ. 2564

การจัดการขยะมูลฝอยอินทรีย์โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น

ณัจฉรียา คำยัง มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย พ.ศ. 2555