การจัดการขยะมูลฝอยของชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ในพื้นที่หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงและหมู่บ้านยามชายแดน จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิจัยเพื่อศึกษาสถานการณ์ พฤติกรรม ความรู้ ทัศนคติ การจัดการขยะมูลฝอยระดับครัวเรือน และชุมชน การจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง สร้างความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการจัดการขยะมูลฝอยระดับครัวเรือนและชุมชน ศึกษาและพัฒนารูปแบบ นวัตกรรม การจัดการขยะมูลฝอยระดับครัวเรือนและชุมชน ที่เหมาะสมสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูง และจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อหน่วยงานองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ต่อการจัดการขยะมูลฝอยระดับครัวเรือนและชุมชน การศึกษาวิจัยเป็นรูปแบบของการศึกษาวิจัย เชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Action Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการขยายผลและถ่ายทอดองค์ความรู้ ประกอบด้วย ประชาชนบ้านนามน ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 120 คน ผลการศึกษาวิจัย พบว่า รูปแบบที่เหมาะสมกับในการจัดการขยะมูลฝอยบ้านนามน คือ การสร้างกระบวนการคิดโดยใช้การเสริมสร้างพลังชุมชนให้ชุมชนและภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันคิดหาวิธีการจัดการขยะ มูลฝอยที่เหมาะสมกับชุมชนของตนเอง และการมีกิจกรรมสนับสนุน ซึ่งกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับการจัดการขยะทั้งในครัวเรือนและชุมชน คือ การส่งเสริมให้มีการคัดแยกขยะในครัวเรือน การสนับสนุนให้มีการนำขยะอินทรีย์ไปทำเป็นปุ๋ยหมักและน้ำหมัก การจัดทำธนาคารขยะรีไซเคิล การพัฒนาความรู้โดยเฉพาะในแกนนำชุมชนที่เป็นเยาวชน การจัดตั้งคณะกรรมการจัดการขยะมูลฝอยของหมู่บ้าน การกำหนดกฎ/ระเบียบ การจัดการขยะมูลฝอย การประกวดแข่งขันครัวเรือนตอนแบบในการจัดการขยะมูลฝอย และการผลักดันสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของพี่เลี้ยงชุมชน การประชาสัมพันธ์กระตุ้นอย่างต่อเนื่องและการเป็นต้นแบบของตัวผู้นำชุมชนเอง จะทำให้การจัดการขยะมูลฝอยสามารถดำเนินการได้ดีและได้รับความร่วมมือจากตัวของชุมชน ผลจากการศึกษาวิจัยโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมส่งผลให้ปริมาณขยะที่ต้องมีการกำจัดจาก 596 ตัน/เดือน คงเหลือปริมาณขยะที่อบต.ต้องจัดเก็บ และนำไปกำจัดเพียง 275 กิโลกรัม/ต่อเดือน หรือ 2.75 ตัน /เดือน การประเมินผลเชิงคุณภาพ พบว่า การส่งเสริมให้มีธนาคารขยะรีไซเคิลและการรวมกลุ่มของชุมชน และ การจัดตั้งคณะกรรมการจัดการขยะของชุมชน ก่อให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ส่วนข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายสำหรับพื้นที่ คือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีบทบาทและนำกฎหมาย พรบ.ที่เกี่ยวข้องบังคับใช้อย่างแท้จริง และต้องมีการติดตามการดำเนินงาน ส่งเสริม สนับสนุนให้ชุมชนมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง คำสำคัญ : การจัดการขยะมูลฝอย, ชุมชนชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง,การมีส่วนร่วม,หมู่บ้านพัฒนาเพื่อความมั่นคงและหมู่บ้านยามชายแดน