นวัตกรรมการแปรรูปขยะ พลาสติก โฟม และรูปแบบการบริหารจัดการขยะต้นทางอย่างยั่งยืน จังหวัดชัยภูมิ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการแปรรูปขยะพลาสติก โฟม โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายจังหวัดชัยภูมิ 2.เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการขยะต้นทางอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายจังหวัดชัยภูมิ และ3.เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการบริหารจัดการขยะต้นทางอย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายจังหวัดชัยภูมิ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฎิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) โดยใช้เทคนิคในการเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณ(Quantitative method) และเชิงคุณภาพ (Qualitative method) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างคือ ประชาชน จำนวน 275 คน ใช้แบบสอบถามและการประชุมกลุ่มย่อย(Focus Group Discussion) เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยจำนวน ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ในพื้นที่ตำบลโคกมั่งงอย จังหวัดชัยภูมิ มีปริมาณมูลฝอยเกิดขึ้น ประมาณ 1,559.2 กิโลกรัมต่อวัน มีอัตราเกิดขยะมูลฝอยเฉลี่ยคิดเป็น 4.31 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน และองค์ประกอบขยะมูลฝอยในพื้นที่ตำบลโคกมั่งงอย ส่วนใหญ่เป็นขยะอินทรีย์ร้อยละ 51.2 รองลงมาเป็นขยะทั่วไปร้อยละ 28.0 ขยะรีไซเคิลร้อยละ 21.7 และขยะอันตรายร้อยละ 3.60 ภายหลังจากหลังจากการหลังกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการแปรรูปขยะพลาสติก โฟม โดยกระบวนการอบรม และศึกษาดูงานในพื้นที่ต้นแบบ กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยความรู้ ทัศนคติการจัดการขยะมูลฝอยสูงมากกว่าก่อนการทดลอง และกลุ่มเปรียบเทียบ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนบริหารจัดการขยะต้นทางอย่างยั่งยืนฯ ประกอบไปด้วย 5 กิจกรรม ดังนี้ 1) มีกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการคัดแยกขยะ 2) กำหนดให้ทุกครัวเรือนมีการคัดแยกขยะที่ต้นทาง 3) กำหนดวิธีจัดการขยะที่คัดแยกแล้ว 4) มีโครงการกองบุญขยะและ5) โครงการสวัสดิการขยะชุมชน การประเมินประสิทธิผลของรูปแบบฯ โดยความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการ โดยภาพรวมแล้วประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.51 คิดเป็นร้อยละ 90.20 จากกระบวนการและผลการวิจัยที่ค้นพบเป็นวัตกรรมทางสังคมในการจัดการขยะที่ยั่งยืนตามบริบทชุมชน