กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ได้เพาะเลี้ยงตาจากหัวว่านชักมดลูกบนอาหารสูตร MS ที่เติม BA 5 มก./ล. และน้ำตาลซูโครส 30 ก./ล. เพื่อเพิ่มจำนวนต้น จากนั้นนำไปให้สารโคลชิซินในสภาพปลอดเชื้อที่ความเข้มข้น 0.1 และ 0.2% เป็นเวลา 24 และ 48 ชม. พบว่า ต้นว่านชักมดลูกที่ได้รับสารโคลชิซินที่ความเข้มข้น 0.1% นาน 48 ชม. ทำให้จำนวนปากใบเฉลี่ยต่อพื้นที่น้อยที่สุด และมีขนาดใหญ่กว่าชุดควบคุม และเมื่อตรวจสอบปริมาณดีเอ็นเอในนิวเคลียด้วยเครื่อง flow-cytometer พบการเพิ่มขึ้นของปริมาณดีเอ็นเอในบางต้น แต่เมื่อนำไปวิเคราะห์ความแปรปรวนทางพันธุกรรมด้วยเทคนิค AFLP ไม่พบความแปรปรวนทางพันธุกรรม ได้ทดลองให้รังสีแกมมาแบบเฉียบพลันกับว่านชักมดลูกที่เพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ ในอัตราตั้งแต่ 0 ถึง 8 Krad พบว่า เมื่ออัตรารังสีเพิ่มมากขึ้นทำให้ความสูงของต้นมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่จำนวนต้นตายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยอัตรารังสีที่ทำให้ต้นว่านชักมดลูกตาย 50% (LD50) คืออัตรารังสี 6 krad และเมื่อนำต้นว่านชักมดลูกออกปลูกในกระถาง พบว่า บางต้นที่ได้รับรังสี 3 krad มีสีของกาบใบเปลี่ยนเป็นสีแดง และเมื่อตรวจสอบความแปรปรวนทางพันุกรรมโดยเทคนิค AFLP พบว่า มีความแปรปรวนทางพันธุกรรมเกิดขึ้น ส่วนการวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญอยู่ในระหว่างการดำเนินงาน