Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

การใช้โมลาสยีสต์ (molasses yeast) เป็นแหล่งโปรตีนในอาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มภูมิคุ้มกันในโค

ชำนาญวิทย์ พรมโคตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาระดับการใช้ยีสต์ผงในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องที่เหมาะสม ในด้านปริมาณการกินได้ การย่อยได้ของโภชนะการเจริญเติบโตและการเพิ่มภูมิคุ้มกันในโคเนื้อ โดยแบ่งออกเป็น 2 การทดลองดังนี้ การทดลองที่ 1: มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของระดับของโมลาสยีสต์ ในอาหารข้นต่อปริมาณการกินได้วัตถุแห้ง การย่อยได้ของโภชนะในโคเนื้อ โดยใช้โคเนื้อลูกผสมบาร์มันพื้นเมืองเพศเมีย 4 ตัว (น้ำหนักเฉลี่ย 265 กก.) จัดการสุ่มให้ได้รับอาหาร 4 สูตร ในแผนการทดลองแบบ 4x4 ลาตินสแควร์ แบ่งเป็น 4 ระยะเวลา ๆ ละ 21 วัน สิ่งทดลองคืออาหารข้นที่มีโมลาสยีสต์ 0, 5, 10 และ 15 เปอร์เซ็นต์ ให้อาหารในรูปแบบของอาหารผสมรวม (TMR) มีฟางข้าวสับเป็นอาหารหยาบ โดยมีสัดส่วนอาหารข้นต่ออาหารหยาบ ที่ 60:40 ให้อาหารให้กินเต็มที่ ผลการศึกษาพบว่า การกินได้ของวัตถุแห้ง ไม่แตกต่างกันในกลุ่มทดลอง การย่อยได้ของวัตถุแห้ง (DM), โปรตีนหยาบ (CP) เยื่อใยที่ละลายในสารซักฟอกที่เป็นกลาง (NDF) และเยื่อใยที่ละลายในสารซักฟอกที่เป็นกรด (ADF) เพิ่มขึ้น เมื่อเสริมยีสต์ผงในระดับ 0 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในอาหารข้นและการย่อยได้ลดลงเมื่อระดับยีสต์ผงสูงกว่า10 เปอร์เซ็นต์ในอาหารข้น (Quadratic < 0.01) จากผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่า การใช้โมลาสยีสต์ ในอาหารข้นเพื่อเลี้ยงโคเนื้อสามารถใช้ได้ในระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ ในสูตรอาหารโดยมีผลดีทำให้การย่อยได้ของโภชนะ(DM, CP และ NDF) เพิ่มขึ้น และการใช้โมลาสยีสต์ในอาหารข้นที่สูงกว่า 10เปอร์เซ็นต์ ไม่มีผลเพิ่มการย่อยได้ของโภชนะ การทดลองที่ 2: มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของระดับการใช้โมลาสยีสต์ ในอาหารข้นต่อปริมาณการกินได้วัตถุแห้ง การย่อยได้ของโภชนะการเจริญเติบโตและการเพิ่มภูมิคุ้มกันในโคเนื้อรุ่นโดยใช้โคเนื้อรุ่นเพศเมีย จำนวน16 ตัว (น้ำหนักเฉลี่ย265กิโลกรัม)จัดการสุ่มให้ได้รับอาหาร 4 สูตร (อาหารข้นที่มีโมลาสยีสต์ 0, 5, 10 และ 15 เปอร์เซ็นต์) ในแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์ (Randomizing completely block designs, RCBD) ใช้ระดับสายเลือดเป็นบล๊อก โดยแบ่งโคออกเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัวเพื่อให้ได้รับอาหารทดลอง ตามสิ่งทดลอง และใช้เวลาเลี้ยงโค 6 สัปดาห์ (ระยะปรับ 2 สัปดาห์และระยะทดลอง 4 สัปดาห์) จัดโคทดลองขังในคอกเดี่ยว ให้อาหารในรูปแบบของอาหารผสมรวม (TMR) มีฟางข้าวสับเป็นอาหารหยาบ โดยมีสัดส่วนอาหารข้นต่ออาหารหยาบ ที่ 60:40 ให้อาหารให้กินเต็มที่ แบ่งให้เช้า-เย็นเท่า ๆกัน และให้แร่ธาตุก้อนและน้ำให้สัตว์ได้เลียและดื่มได้อย่างอิสระ ผลการศึกษาพบว่า การกินได้ของวัตถุแห้งไม่แตกต่างกันในกลุ่มทดลอง การย่อยได้ของวัตถุแห้ง (DM), โปรตีนหยาบ (CP) เยื่อใยที่ละลายในสารซักฟอกที่เป็นกลาง (NDF) และเยื่อใยที่ละลายในสารซักฟอกที่เป็นกรด (ADF) เพิ่มขึ้น เมื่อเสริมโมลาสยีสต์ จาก 0 เปอร์เซ็นต์ เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ ในอาหารข้น และลดลงเมื่อระดับโมลาสยีสต์ สูงกว่า10 เปอร์เซ็นต์ในอาหารข้น (Quadratic < 0.01) ผลต่ออัตราการเจริญเติบโต และประสิทธิภาพการใช้อาหาร พบว่า การใช้โมลาสยีสต์ ไม่มีผล และพบว่าระดับความเข้มข้นของโปรตีนอิมมูโนโกลบูลิน เอ (IgA) และ โปรตีนอิมมูโนโกลบูลิน จี (IgG) ซึ่งเป็นโปรตีนภูมิคุ้มกันในน้ำเลือดของโค มีระดับสูงกว่าในกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อโคได้รับโมลาสยีสต์ ที่ระดับ 10 และ 15 เปอร์เซ็นต์ในอาหารข้น จากผลการทดลองจึงสรุปได้ว่า การใช้โมลาสยีสต์ ในอาหารข้นเพื่อเลี้ยงโคเนื้อสามารถใช้ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ ในสูตรอาหารโดยมีผลดีทำให้การย่อยได้ของโภชนะเพิ่มขึ้น และการใช้โมลาสยีสต์ ในอาหารข้นที่สูงกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีผลเพิ่มการย่อยได้ของโภชนะ และเมื่อใช้ที่ระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปมีผลดีทำให้เพิ่มภูมิคุ้มกันได้

คำสำคัญ

Saccharomyces cerevisiaeRuminant feedยีสต์ Saccharomyces cerevisiaeINACTIVE DRY YEASTMOLASSES YEASTโมลาสยีสต์ยีสต์แห้งอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การใช้ยูเรียร่วมกับกากน้ำตาลหมักกากมันสำปะหลังต่อปริมาณการกินได้ ความสามารถในการย่อยได้ และค่าชีวเคมีในเลือดของโคเนื้อ

อนุสรณ์ เชิดทอง มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2561

การใช้ประโยชน์ของชานอ้อยหมักด้วยแบคทีเรียสายพันธุ์แลคโตบาซิลัสและสารเสริมในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การศึกษาการเพิ่มคุณค่ากากมันสำปะหลังหมักยีสต์และมันใบมันสำปะหลังแห้งเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนกากถั่วเหลืองในอาหารข้นที่มีมันเส้นเป็นองค์ประกอบระดับสูงต่อกระบวนการหมักในกระเพาะรูเมนและประสิทธิภาพการสังเคราะห์จุลินทรีย์โปรตีนในโคเนื้อ

นพดล สมผล มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2552

การผลิตโอลิโกแซคคาไรด์จากกากถั่วเหลืองและการประยุกต์ใช้ในอาหารสัตว์

สุภาวดี ฉิมทอง มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2560

ผลของการใช้แบคทีเรียผลิตกรดแลคติคจากน้ำพืชหมักเป็นสารเสริมในการหมักเปลือกตาลอ่อนต่อสมรรถนะการเจริญเติบโตและการย่อยได้โภชนะในแพะ

พรพรรณ แสนภูมิ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559

การนำใช้ผลิตภัณฑ์กากมันสำปะหลังผสมยีสต์ Saccharomycescerevisiae และสารมาเลทหมักในกากน้ำตาลเพื่อเพิ่มคุณภาพอาหารในโครีดนม

กรุง วิลาชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2552

ผลของการใช้กากเนื้อในปาล์มผสมกากยีสต์Saccharomyces cerevisiaeเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนกากถั่วเหลืองในสูตรอาหารต่อการย่อยได้ของโภชนะสมรรถภาพการผลิตและลักษณะซากของไก่เนื้อ

มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2561

การศึกษาการเสริมระดับโปรตีนในอาหารข้นร่วมกับระดับการเสริมยูเรียทรีทในข้าวโพดหมักเป็นแหล่งอาหารหยาบต่อกระบวนการหมักในกระเพาะหมักประสิทธิภาพการสังเคราะห์จุลินทรีย์โปรตีน การผลิตแก๊ชมีเทนและการให้ผลผลิตน้ำนมในโครีดนม

รังสรรค์ สิงหเลิศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2552

การประเมินความสามารถในการย่อยวัตถุดิบอาหารสัตว์โดยเอนไซม์ที่สกัดจากแบคทีเรียในกระเพาะหมักของกระบือ

กานต์ สุขสุแพทย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2555

การสกัดแยกเอนไซม์และศึกษาคุณสมบัติของเอนไซม์สลายแป้งมันสำปะหลัง ที่ผลิตจากจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่คัดเลือกได้

นิสา ไกรรักษ์ ภาควิชาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2551