การใช้โมลาสยีสต์ (molasses yeast) เป็นแหล่งโปรตีนในอาหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มภูมิคุ้มกันในโค
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาระดับการใช้ยีสต์ผงในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องที่เหมาะสม ในด้านปริมาณการกินได้ การย่อยได้ของโภชนะการเจริญเติบโตและการเพิ่มภูมิคุ้มกันในโคเนื้อ โดยแบ่งออกเป็น 2 การทดลองดังนี้ การทดลองที่ 1: มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของระดับของโมลาสยีสต์ ในอาหารข้นต่อปริมาณการกินได้วัตถุแห้ง การย่อยได้ของโภชนะในโคเนื้อ โดยใช้โคเนื้อลูกผสมบาร์มันพื้นเมืองเพศเมีย 4 ตัว (น้ำหนักเฉลี่ย 265 กก.) จัดการสุ่มให้ได้รับอาหาร 4 สูตร ในแผนการทดลองแบบ 4x4 ลาตินสแควร์ แบ่งเป็น 4 ระยะเวลา ๆ ละ 21 วัน สิ่งทดลองคืออาหารข้นที่มีโมลาสยีสต์ 0, 5, 10 และ 15 เปอร์เซ็นต์ ให้อาหารในรูปแบบของอาหารผสมรวม (TMR) มีฟางข้าวสับเป็นอาหารหยาบ โดยมีสัดส่วนอาหารข้นต่ออาหารหยาบ ที่ 60:40 ให้อาหารให้กินเต็มที่ ผลการศึกษาพบว่า การกินได้ของวัตถุแห้ง ไม่แตกต่างกันในกลุ่มทดลอง การย่อยได้ของวัตถุแห้ง (DM), โปรตีนหยาบ (CP) เยื่อใยที่ละลายในสารซักฟอกที่เป็นกลาง (NDF) และเยื่อใยที่ละลายในสารซักฟอกที่เป็นกรด (ADF) เพิ่มขึ้น เมื่อเสริมยีสต์ผงในระดับ 0 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในอาหารข้นและการย่อยได้ลดลงเมื่อระดับยีสต์ผงสูงกว่า10 เปอร์เซ็นต์ในอาหารข้น (Quadratic < 0.01) จากผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่า การใช้โมลาสยีสต์ ในอาหารข้นเพื่อเลี้ยงโคเนื้อสามารถใช้ได้ในระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ ในสูตรอาหารโดยมีผลดีทำให้การย่อยได้ของโภชนะ(DM, CP และ NDF) เพิ่มขึ้น และการใช้โมลาสยีสต์ในอาหารข้นที่สูงกว่า 10เปอร์เซ็นต์ ไม่มีผลเพิ่มการย่อยได้ของโภชนะ การทดลองที่ 2: มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของระดับการใช้โมลาสยีสต์ ในอาหารข้นต่อปริมาณการกินได้วัตถุแห้ง การย่อยได้ของโภชนะการเจริญเติบโตและการเพิ่มภูมิคุ้มกันในโคเนื้อรุ่นโดยใช้โคเนื้อรุ่นเพศเมีย จำนวน16 ตัว (น้ำหนักเฉลี่ย265กิโลกรัม)จัดการสุ่มให้ได้รับอาหาร 4 สูตร (อาหารข้นที่มีโมลาสยีสต์ 0, 5, 10 และ 15 เปอร์เซ็นต์) ในแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสมบูรณ์ (Randomizing completely block designs, RCBD) ใช้ระดับสายเลือดเป็นบล๊อก โดยแบ่งโคออกเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัวเพื่อให้ได้รับอาหารทดลอง ตามสิ่งทดลอง และใช้เวลาเลี้ยงโค 6 สัปดาห์ (ระยะปรับ 2 สัปดาห์และระยะทดลอง 4 สัปดาห์) จัดโคทดลองขังในคอกเดี่ยว ให้อาหารในรูปแบบของอาหารผสมรวม (TMR) มีฟางข้าวสับเป็นอาหารหยาบ โดยมีสัดส่วนอาหารข้นต่ออาหารหยาบ ที่ 60:40 ให้อาหารให้กินเต็มที่ แบ่งให้เช้า-เย็นเท่า ๆกัน และให้แร่ธาตุก้อนและน้ำให้สัตว์ได้เลียและดื่มได้อย่างอิสระ ผลการศึกษาพบว่า การกินได้ของวัตถุแห้งไม่แตกต่างกันในกลุ่มทดลอง การย่อยได้ของวัตถุแห้ง (DM), โปรตีนหยาบ (CP) เยื่อใยที่ละลายในสารซักฟอกที่เป็นกลาง (NDF) และเยื่อใยที่ละลายในสารซักฟอกที่เป็นกรด (ADF) เพิ่มขึ้น เมื่อเสริมโมลาสยีสต์ จาก 0 เปอร์เซ็นต์ เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ ในอาหารข้น และลดลงเมื่อระดับโมลาสยีสต์ สูงกว่า10 เปอร์เซ็นต์ในอาหารข้น (Quadratic < 0.01) ผลต่ออัตราการเจริญเติบโต และประสิทธิภาพการใช้อาหาร พบว่า การใช้โมลาสยีสต์ ไม่มีผล และพบว่าระดับความเข้มข้นของโปรตีนอิมมูโนโกลบูลิน เอ (IgA) และ โปรตีนอิมมูโนโกลบูลิน จี (IgG) ซึ่งเป็นโปรตีนภูมิคุ้มกันในน้ำเลือดของโค มีระดับสูงกว่าในกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อโคได้รับโมลาสยีสต์ ที่ระดับ 10 และ 15 เปอร์เซ็นต์ในอาหารข้น จากผลการทดลองจึงสรุปได้ว่า การใช้โมลาสยีสต์ ในอาหารข้นเพื่อเลี้ยงโคเนื้อสามารถใช้ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ ในสูตรอาหารโดยมีผลดีทำให้การย่อยได้ของโภชนะเพิ่มขึ้น และการใช้โมลาสยีสต์ ในอาหารข้นที่สูงกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีผลเพิ่มการย่อยได้ของโภชนะ และเมื่อใช้ที่ระดับ 10 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปมีผลดีทำให้เพิ่มภูมิคุ้มกันได้