การพัฒนาเทคนิคโอลิโกนิวคลีโอไทด์อาร์เรย์เพื่อตรวจเชื้อก่อโรคปนเปื้อนในนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
นมและผลิตภัณฑ์นมเป็นแหล่งการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรคได้หลายชนิด โดยเฉพาะ Bacillus cereus, Escherichia coli, Listeria monocytogenes, Salmonella spp. และ Staphylococcus aureus ดังนั้นจึงควรพัฒนาวิธีการที่รวดเร็วซึ่งสามารถตรวจเชื้อก่อโรคทั้ง 5 เชื้อนี้ได้พร้อม ๆ กัน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการใช้เทคนิคพีซีอาร์ซึ่งใช้ยีนที่มีความจำเพาะเป็นยีนเป้าหมายร่วมกับเทคนิคโอลิโกนิวคลิโอไทด์อาร์เรย์ทำให้สามารถตรวจเชื้อก่อโรคในนมได้ โดย โพรบที่มีความเหมาะสมในการตรวจเชื้อทั้ง 5 เชื้อได้ถูกคัดเลือกโดยใช้เทคนิคการติดฉลากดีเอ็นเอเป้าหมายด้วยวิธี post-PCR labeling ซึ่งรายงานผลการทดลองไว้แล้วในงานวิจัยก่อนหน้า ดังนั้นวัตถุประสงค์สำหรับงานวิจัยในส่วนนี้คือประเมินการประยุกต์เทคนิคที่พัฒนาขึ้นในการตรวจเชื้อหลายเชื้อพร้อมกันในตัวอย่างนมที่มีการจำลองการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรค ดังนั้นผู้วิจัยจึงคัดเลือกอาหารที่ใช้ในการเพิ่มปริมาณเซลล์เป้าหมายที่มีความเหมาะสม สำหรับใช้ในการตรวจเชื้อก่อโรคหลายเชื้อพร้อมกัน รวมทั้งหาระดับความเข้มข้นต่ำสุดของการปนเปื้อนของเชื้อดังกล่าวในตัวอย่างที่เทคนิคที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถตรวจพบ (detection limit) สำหรับการคัดเลือกสภาวะในการเพิ่มปริมาณเซลล์เป้าหมายที่เหมาะสม ผู้วิจัยได้ศึกษาผลของอาหารที่ใช้ ได้แก่ buffer peptone water (BPW), lactose broth (LB), trypticase soy broth (TSB) and Half-Fraser broth (HF) ที่มีต่อความสามารถในการตรวจเชื้อ B. cereus, E. coli, L. monocytogenes, Salmonella spp., และ S. aureus ในระดับต่ำสุดและความจำเพาะของการตรวจเชื้อเป้าหมายดังกล่าวในนมที่จำลองการปนเปื้อนของเชื้อด้วยการใช้เทคนิคพีซีอาร์ในการตรวจเชื้อ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า อาหารที่เหมาะสมในการเพิ่มปริมาณเชื้อ B. cereus, E. coli, Salmonella spp. และ S. aureus คือ LB broth และ อาหารที่เหมาะสมในการเพิ่มปริมาณเชื้อ L. monocytogenes คือ HF ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ การเพิ่มปริมาณเชื้อเป้าหมายจึงแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ใช้อาหาร LB ในการเพิ่มปริมาณเชื้อ Salmonella, E. coli, S. aureus, B. cereus และใช้อาหาร HF ในการเพิ่มปริมาณเชื้อ L. monocytogenes เป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนสกัดดีเอ็นเอและตามด้วยการตรวจเชื้อหลายเชื้อพร้อมกันด้วยเทคนิคพีซีอาร์ร่วมกับโอลิโกนิวคลีโอไทด์อาร์เรย์ (PCR-oligonucleotide array) เทคนิค PCR-oligonucleotide array ถูกนำไปประยุกต์ในการตรวจตัวอย่างนมที่จำลองการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรคจำนวน 20 ตัวอย่าง ผลจากการเพิ่มปริมาณเชื้อเป้าหมายในอาหารที่คัดเลือกไว้ร่วมกับการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอทำให้ยืนยันได้ว่า เทคนิค PCR-oligonucleotide array สามารถตรวจเชื้อเป้าหมายจำนวน 3 เชื้อพร้อมกันได้ในตัวอย่างนม ได้แก่ ตัวอย่างที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ B. cereus, L. monocytogenes, Salmonella spp. และตัวอย่างที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ E. coli, L. monocytogenes, Salmonella ซึ่งเทคนิคที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถตรวจเชื้อ 3 เชื้อพร้อมกันในตัวอย่างน้ำนม 10 ml ที่มีระดับการปนเปื้อนของเชื้อเริ่มต้นในระดับต่ำที่สุด คือ B. cereus และ E. coli ปนเปื้อนในระดับเริ่มต้น 1 เซลล์ L. monocytogenes ปนเปื้อนในระดับเริ่มต้น 47 เซลล์ และ Salmonella spp. ปนเปื้อนในระดับเริ่มต้น 2 เซลล์