โครงการวิจัยแนวทางการออกแบบทางสถาปัตยกรรมของโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางตามวิธีการจำแนกประเภท
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การพัฒนาแนวทางการออกแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีในการอยู่อาศัย โดยมุ่งเน้นในการพัฒนาแนวทางในการออกแบบสถาปัตยกรรม การแยกประเภทและการคัดเลือกชนิดอาคาร เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรม ความต้องการและการเปลี่ยนแปลงในการอยู่อาศัยเพื่อนำไปสู่สังคมสมัยใหม่ในอนาคต มีขั้นตอนการศึกษาดังนี้ 1.ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เช่น นิยามและการจำแนกที่อยู่อาศัย, เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการก่อสร้าง, การออกแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย และ ทฤษฎีการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ 2.ศึกษาและวิเคราะห์ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาสรุปและวิเคราะห์ และนำมาปรับใช้กับการออกแบบต่อไป ซึ่งผลสรุปเป็นดังนี้ในประเทศ - พื้นที่ตั้งโครงการ ใกล้ชุมชนหรือแหล่งงาน ที่ดินศักยภาพสูงนิยมสร้างอาคารชุดพักอาศัย ที่ชานเมืองจะสร้างเป็นอาคารแนวราบ และเอกชนจะเลือกที่ตั้งโครงการที่มีระบบสาธารณูปโภคเข้าถึงและขนาดโครงการไม่ใหญ่มาก แต่การเคหะฯขนาดโครงการค่อนข้างใหญ่และบางโครงการสาธารณูปโภคยังเข้าไม่ถึง - แนวคิดการออกแบบ การเคหะฯจะเน้นนโยบายเรื่องของคุณภาพชีวิตและราคาต่ำ เอกชนเน้นการออกแบบให้ต้นทุนต่ำสุดแต่ผลกำไรสูงสุด - รูปแบบโครงการ ที่ชานเมืองเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ส่วนย่านชุมชนการเคหะฯเป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 4-5 ชั้น เอกชนสูง 7-8 ชั้น จำนวนหน่วยขึ้นกับขนาดและข้อจำกัดของที่ดิน เลือกใช้ระบบก่อสร้างที่มีต้นทุนต่ำ รวดเร็ว ใช้เทคโนโลยีและแรงงานทั่วไป และดูแลรักษาง่าย ราคาขายเริ่มต้นของการเคหะฯ จะเริ่มที่ 0.4 ล้านบาท ทั้งอาคารแนวราบและแนวสูง ส่วนของเอกชนแนวราบ จะเริ่มต้นที่ 0.9 ล้านบาท แนวสูงจะเริ่มต้นที่ 0.7 ล้านบาท ต่างประเทศ - พื้นที่ตั้งโครงการ ไม่ไกลจากแหล่งงานในเมืองหรือศูนย์กลางเมือง อาจเป็นย่านที่เคยเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเก่า ที่ทิ้งร้าง หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ต้องเดินทางสะดวก และรัฐต้องการพัฒนาที่ดินเหล่านั้น-แนวคิดการออกแบบ เน้นการพัฒนาพื้นที่แบบยั่งยืน ฟื้นฟูพื้นที่ย่านที่เสื่อมโทรม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และเป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพิ่มการสร้างชุมชนแบบ mixed-income และช่วยแก้ปัญหาสุขภาพของชุมชนเมือง โดยส่งเสริมให้มีพื้นที่ออกกำลังกาย- รูปแบบโครงการ เป็นmixed-income มากกว่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น ผสมผสาน (mixed-use) ระหว่างพื้นที่พักอาศัยกับพื้นที่เชิงพาณิชย์ พัฒนาโครงการโดยภาครัฐ หรือรัฐร่วมมือกับภาคเอกชน จำนวนหน่วยประมาณ 100-200 ยูนิต 3.ออกแบบงานสถาปัตยกรรมในโครงการที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางโดยการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานและสำรวจพฤติกรรมผู้อยู่อาศัย ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ทางการตลาด เพื่อให้ได้ผังโครงการที่จะมีความเป็นไปได้ในการดำเนินงานโดยไม่ขาดทุน และตอบสนองนโยบายของการเคหะฯที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตที่ดีในราคาที่ต่ำกว่าทั่วไป โดยแนวคิดหลักที่ทำการออกแบบในพื้นที่ศึกษาในเขตลาดกระบัง หากออกแบบเป็นอาคารพักอาศัยรวมทั้งหมดจะได้จำนวนหน่วยพักมากและผลกำไรมากที่สุด หากขายหมดและอาจใช้เวลามากกว่า แต่ในการออกแบบครั้งนี้ใช้เป็นแบบผสมระหว่างอาคารพักอาศัยรวมกับทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งหน่วยพักอาศัยจะลดลงและผลกำไรไม่ได้มากที่สุด แต่สามารถปิดโครงการได้เร็วขึ้น ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนมากกว่า อีกทั้งยังเป็นทางเลือกและการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยที่ดียิ่งขึ้นคำสำคัญ : การแยกประเภท ผู้มีรายได้น้อย แหล่งงาน ต้นทุนต่ำ ผสมผสาน หลายหลายรายได้