โครงการสำรวจความต้องการที่อยู่อาศัยเฉพาะพื้นที่: การสำรวจความเป็นไปได้ด้านความต้องการ การตลาด และการเงินในการพัฒนาพื้นที่บริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้า
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อกำหนดแผนแม่บท แผนปฏิบัติการ และกรอบเวลา แนวทางในการดำเนินการ และการบริหารจัดการ ตลอดจนนำผลที่ได้จากการศึกษามาใช้ในการปรับปรุง การออกแบบ การพัฒนาที่ดินของโครงการฯ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากรในพื้นที่ต่อไป สำหรับการศึกษาครั้งนี้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ส่วน คือ การศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) และการศึกษาจากข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) สำหรับการศึกษาจากข้อมูล ปฐมภูมินั้นเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยกำหนดให้ใช้วิธีการสัมภาษณ์ตัวต่อตัว (Face-to-Face interview) กับกลุ่มเป้าหมายจำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 1,800 ตัวอย่าง ในรัศมี 15 กม.รอบพื้นที่ทำการศึกษา และการเดินสำรวจการใช้พื้นที่กับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมในรัศมี 10 กม. ผลการศึกษาจากข้อมูลทุติยภูมิ พบว่า พื้นที่บริเวณโครงการเคหะชุมชนร่มเกล้า และบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงพร้อมสำหรับการพัฒนา เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ และโครงการสนับสนุนของรัฐที่พัฒนาแล้ว และที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะการขยายเส้นทางและระบบคมนาคมขนส่งเพื่อรองรับการเติบโตของเมือง ทำให้บริเวณดังกล่าวเหมาะสมต่อการผลิต การพาณิชยกรรม และเป็นที่พักอาศัยที่สำคัญจากนี้ไป ผลการศึกษาในครั้งนี้พบว่า ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ศึกษาส่วนใหญ่ มีความต้องการหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ ชอบทำกิจกรรมอยู่ที่บ้าน มีรูปแบบการดำเนินชีวิตสมัยใหม่ ดังนั้นบ้านและสิ่งแวดล้อมโครงการ จำเป็นต้องออกแบบให้มีคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยที่ดี ในลักษณะชุมชนเมืองน่าอยู่ที่มีองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบ ประกอบด้วยย่านพักอาศัย ย่านการผลิต ย่านพาณิชยกรรม แหล่งจับจ่ายสินค้าชุมชน (Community Mall) และ คลับเฮาส์ (Health Club) ซึ่งเมื่อทำได้สำเร็จเสร็จสิ้นจะเป็นชุมชนตัวอย่างที่ดีของประเทศ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับการเคหะ เนื่องจากโครงการในรูปแบบที่นำเสนอนี้ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างจากที่การเคหะดำเนินการในปัจจุบัน และเป็นโครงการขนาดใหญ่ จึงเสนอให้ทำโครงการนี้เป็น 3 ระยะ รวมเวลา 6 ปี โดยระยะที่ 1 เป็นการทำร่วมกันระหว่างการเคหะ กับบริษัทเอกชน จากนั้นการเคหะจะเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการมากขึ้นในระยะที่ 2 และในระยะที่ 3 ตั้งเป้าหมายให้การเคหะเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด