Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

ไมโครเอนแคปซูเลชันโคพิกเมนต์แอนโทไซยานินจากข้าวก่ำ โดยวิธีทำแห้งดับเบิลอิมัลชันแบบพ่นฝอย สำหรับนำส่งในระบบทางเดินอาหารที่จำลองขึ้น

ธรรณพ เหล่ากุลดิลก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การเกิดโคพิกเมนต์ของแอนโทไซยานินกับสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ช่วยปรับปรุงในเรื่องของสีและสามารถเพิ่มความคงตัวให้กับแอนโทไซยานินได้ โดยข้าวดำเป็นแหล่งที่ดีของแอนโทไซยานิน และกากชาที่ยังคงมีสารฟลาโวนอยด์อยู่เป็นแหล่งที่ดีของคาเตชิน การนำโคพิกเมนต์แอนโทไซยานินที่เตรียมได้จากทั้ง 2 แหล่ง มาผลิตให้อยู่ในรูปแบบของไมโครแคปซูลเป็นทางเลือกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โภชนเภสัชที่ดี ซึ่งงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการผลิตไมโครแคปซูลโคพิกเมนต์แอนโทไซยานินชนิดผง โดยใช้เทคนิคดับเบิลอิมัลชันในการห่อหุ้มโคพิกเมนต์แอนโทไซยานิน ซึ่งเตรียมได้จากสารสกัดแอนโทไซยานิน จากข้าวดำและสารสกัดคาเตชินจากกากชา โดยใช้ระบบไฮโดรฟิลิคอิมัลซิไฟเออร์ 2 ระบบ คือ เจลาติน-อะคาเซียกัม (GE-AG) และไคโตซาน-คาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส (CS-CMC) และทำแห้งดับเบิลอิมัลชันที่เตรียมได้ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน 3 วิธี คือ ทำแห้งแบบพ่นฝอย แบบสุญญากาศ และแบบแช่เยือกแข็ง ไมโครแคปซูลดับเบิลอิมัลชันชนิดผงที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์คุณภาพในด้านต่าง ๆ ได้แก่ สมบัติทางเคมีกายภาพ ประสิทธิภาพการห่อหุ้ม สมบัติการชงละลาย ความคงตัวต่อการให้ความร้อน และการปลดปล่อย ภายใต้สภาวะการย่อยของระบบทางเดินอาหารที่จำลองขึ้นภายนอกสิ่งมีชีวิต ซึ่งการวิเคราะห์ทั้งหมดจะเปรียบเทียบกับแอนโทไซยานินที่ไม่มีการเกิดโคพิกเมนต์ ผลการศึกษาพบว่า การทำแห้งดับเบิลอิมัลชันที่ใช้ CS-CMC (เป็นไฮโดรฟิลิคอิมัลซิไฟเออร์) แบบแช่เยือกแข็งให้ปริมาณผลผลิตไมโครแคปซูลดับเบิลอิมัลชันชนิดผงสูง (ร้อยละ 62.15 – 69.69) และมีค่าความหนาแน่นรวม (0.550 – 0.552 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร) สูงสุด ในขณะที่ การทำแห้งดับเบิลอิมัลชันที่ใช้ GE-AG (เป็นไฮโดรฟิลิคอิมัลซิไฟเออร์) แบบพ่นฝอยให้ไมโครแคปซูลดับเบิลอิมัลชันชนิดผงที่มีปริมาณความชื้น (ร้อยละ 2.39 – 2.55) ค่า aW (0.224 – 0.247) และค่าการดูดกลับความชื้น (ร้อยละ 16.89 – 21.44) ต่ำสุด แต่การใช้ความร้อนสูงก่อให้เกิดการสูญเสียปริมาณสารฟีนอลิคทั้งหมด ปริมาณแอนโทไซยานินทั้งหมด และฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิธีทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง อย่างไรก็ตาม การทำแห้งดับเบิลอิมัลชันที่ใช้ CS-CMC แบบพ่นฝอยให้ไมโครแคปซูลดับเบิลอิมัลชันชนิดผงที่มีประสิทธิภาพการห่อหุ้ม (ร้อยละ 92.33 – 94.66) สูงสุด ซึ่งดีต่อการเก็บรักษาในระยะยาวและมีสมบัติการชงละลายที่ดีทั้งในด้านการเปียกน้ำ (3.33 – 3.37 นาที) การกระจายตัวในน้ำ (ร้อยละ 81.75 – 88.97) และการละลายน้ำ (ร้อยละ 92.93 – 94.11) ซึ่งง่ายต่อการประยุกต์ใช้ ผลการศึกษาความคงตัวต่อการให้ความร้อนในช่วงอุณหภูมิ 50 – 90 องศาเซลเซียส พบว่า ไมโคร-แคปซูลดับเบิลอิมัลชันชนิดผงที่ผลิตด้วยวิธีทำแห้งแบบพ่นฝอยคงตัวต่ออุณหภูมิในช่วงดังกล่าวมากที่สุด แต่คงตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้อยที่สุด การใช้ CS-CMC ช่วยให้สารแกนคงทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากกว่า GE-AG นอกจากนี้ พบว่า โคพิกเมนต์แอนโทไซยานินคงตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากกว่าแอนโทไซยานินที่ไม่เกิดโคพิกเมนต์ ไมโครแคปซูลดับเบิลอิมัลชันชนิดผงที่ผลิตได้จากวิธีทำแห้งแบบพ่นฝอย ซึ่งมีคุณสมบัติด้านต่าง ๆ (สมบัติทางเคมีกายภาพ ประสิทธิภาพการห่อหุ้ม และสมบัติการชงละลาย) ดี จึงถูกคัดเลือกไปศึกษาต่อในขั้นตอนถัดไป ผลการศึกษาพบว่า การปลดปล่อยแอนโทไซยานินและโคพิกเมนต์แอนโทไซยานินออกจากไมโคร-แคปซูลดับเบิลอิมัลชันชนิดผง เกิดในสภาวะการย่อยของน้ำย่อยในลำไส้เล็กที่จำลองขึ้น (ค่าพีเอชสูง) ได้ดีกว่าในสภาวะการย่อยของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารที่จำลองขึ้น (ค่าพีเอชต่ำ) โดย CS-CMC เป็นไฮโดร-ฟิลิคอิมัลซิไฟเออร์ที่ปลดปล่อยแอนโทไซยานินและโคพิกเมนต์แอนโทไซยานินออกมาได้มากกว่า GE-AG ตลอดระยะเวลาที่ศึกษา นอกจากนี้ โคพิกเมนต์แอนโทไซยานินสามารถถูกปลดปล่อยออกมาจากไมโคร-แคปซูลดับเบิลอิมัลชันได้มากกกว่าแอนโทไซยานินที่ไม่เกิดโคพิกเมนต์

คำสำคัญ

AnthocyaninแอนโทไซยานินMicroencapsulationข้าวก่ำblack riceไมโครเอนแคปซูเลชันDouble emulsionดับเบิลอิมัลชัน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การเอนแคปซูเลชั้นแอนโทไซยานินจากซังข้าวโพดหวานสีม่วงด้วยการทำแห้งแบบพ่นฝอย

ธัญนันท์ ฤทธิ์มณี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2561

ปัจจัยที่มีผลต่อสารแอนโธไซยานินที่สกัดได้จากเมล็ดแห้งข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วงด้วยเทคนิคการสกัดด้วยน้ำที่สภาวะต่ำกว่าจุดวิกฤติและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัด

รัตนา ม่วงรัตน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

การศึกษาปริมาณแอนโธไซยานินในน้ำต้มข้าวโพดสีม่วงและการประยุกต์ใช้ในการผลิตผงสี

รัตนา ม่วงรัตน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2557

การศึกษาปริมารแอนโธไซยานินในน้ำต้มข้าวโพดสีม่วงและการประยุกต์ใช้ในการผลิตผงสี

ทัศนีย์ ศรีวิชัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2557

การพัฒนาแป้งข้าวเจ้าคาร์บอกซีเมทิลเชื่อมขวางโคพรอเซสเพื่อใช้เป็นสารช่วยชนิดตอกอัดโดยตรงสำหรับยาเตรียมรูปแบบยาเม็ด

อรอนงค์ กิตติพงษ์พัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2561

เสถียรภาพและลักษณะการปลดปล่อยของสารสกัดแอนโทไซยานินจากรำข้าวมีสีที่ห่อหุ้มด้วยโปรตีนรำข้าวเข้มข้น โดยใช้แบบจำลองระบบทางเดินอาหาร

โชคชัย ธีรกุลเกียรติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

การศึกษาผลของการเติมน้ำยางพารา ที่มีต่อการปรับปรุงสมบัติทางกลของคอมพอสิตโฟม ที่มีแป้งมันสำปะหลังและไคตินเป็นส่วนประกอบ

มณิศรา พิริยวิรุตม์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือและวัสดุ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2551

การเพิ่มปริมาณแกมมาโอไรซานอลในข้าวกล้องงอกมีสีด้วยเทคนิคการฉายรังสีแกมมา เพื่อเพิ่มมูลค่าและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกมีสีคุณค่าทางโภชนาการสูง

สมพงษ์ แสนเสนยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2565

ปัจจัยที่มีผลต่อการสกัดสารแอนโธไซยานินจากข้าวโพดสีม่วง

รัตนา ม่วงรัตน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2557

ศึกษาการสกัดสารแอนโธไซยานินจากซังข้าวโพด ไร่สีม่วงเพื่อควบคุมสารอะฟลาทอกซินในถั่วลิสงและข้าวโพด

น้ำค้าง สุขเกษ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2551