การศึกษาศักยภาพของสารสกัดรางจืดในการต่อต้านโรคข้อเสื่อมในสภาวะหลอดทดลอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รางจืดเป็นพืชสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ในการถอนพิษจากสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม และยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบอีกด้วย การศึกษานี้จึงสนใจนำรางจืดมาสกัดด้วยตัวทำละลาย 4 ชนิด ได้แก่ เฮกเซน เอทิลอะซีเตท อะซีโตน และเอทานอล และพบปริมาณสารสกัดจากรางจืดมากที่สุดเมื่อสกัดด้วย เอทานอล และพบสารฟีนอลิกทั้งหมด (total phenolic compound) และสารฟาโวนอยด์ทั้งหมด (total flavonoid content) ปริมาณมากในสารสกัดรางจืดจากอะซีโตนและเอทิลอะซีเตท ตามลำดับ รองลงไป คือ สารสกัดรางจืดจากเอทานอล แต่พบปริมาณสารทุติยภูมิ rosmarinic acid และ apigenin มากที่สุดในสารสกัดรางจืดจากเอทานอล (ร้อยละ 4.25 และ 0.28 ของน้ำหนักแห้งของสารสกัด ตามลำดับ) สำหรับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระนั้น เมื่อตรวจสอบด้วยวิธี DPPH, ABTS, FRAP และ reducing power พบว่า สารสกัดรางจืดจากอะซีโตนและเอทานอลมีฤทธิ์ต้านการออกซิเดชันได้ดีกว่าสารสกัดจากเอทิลอะซีเตทและเฮกเซน และเมื่อนำไปทดสอบผลของสารสกัดต่อการมีชีวิตรอดของเซลล์ SW982 และ SW1353 ซึ่งเป็นเซลล์เยื่อหุ้มข้อและเซลล์กระดูกอ่อน พบว่า สารสกัดจาก เอทานอลมีความเป็นพิษต่อเซลล์น้อยที่สุด แต่เมื่อนำสารสกัดรางจืดที่ความเข้มข้นที่น้อยกว่าความเข้มข้นที่ทำให้เซลล์มีชีวิตรอดร้อยละ 80 ไปทดสอบในเซลล์ SW982 ที่ถูกกระตุ้นด้วยสาร IL-1? สารสกัดรางจืดจากเฮกเซน เอทิลอะซีเตท และอะซีโตน ทำให้เซลล์มีชีวิตรอดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม จึงเลือกเพียงสารสกัดรางจืดจากเอทานอลมาศึกษาผลต่อการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวกับโรคข้อเสื่อม และพบว่า สารสกัดรางจืดจากเอทานอลสามารถยับยั้งการแสดงออกของยีน TNF-?, IL-6 และ MMP-3 ได้ แต่กระตุ้นการแสดงออกของยีน COX-2 สำหรับในเซลล์ SW1353 เมื่อเลือกใช้สารสกัดรางจืดที่ความเข้มข้นที่มากกว่าความเข้มข้นที่น้อยกว่าความเข้มข้นที่ทำให้เซลล์มีชีวิตรอดร้อยละ 80 กับเซลล์ SW1353 ที่ถูกกระตุ้นด้วยสาร IL-1? คือ สารสกัดจากเฮกเซนที่ความเข้มข้น 1, 5 และ 10 ?g/ml สารสกัดจากเอทิลอะซีเตทที่ความเข้มข้น 1, 2.5 และ 5 ?g/ml สารสกัดจากอะซีโตนที่ความเข้มข้น 1, 2.5 และ 5 ?g/ml และสารสกัดจากเอทานอลที่ความเข้มข้น 10, 50 และ 100 ?g/ml ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดรางจืดที่สกัดจากตัวทำละลายทั้งหมดทำให้เซลล์มีชีวิตรอดใกล้เคียงกับกลุ่มควบคุม และผลการศึกษาผลของสารสกัดต่อระดับการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคข้อเสื่อม พบว่า สารสกัดรางจืดที่สกัดจากตัวทำละลายทั้งหมดสามารถยับยั้งการแสดงออกของยีน TNF-? และ IL-6 ได้ ในขณะที่สารสกัดรางจืดจากเอทิลอะซีเอท อะซีโตน และ เอทานอลสามารถยับยั้งการแสดงออกของยีน IL-1, TNF-?, IL-6, COX-2 และ MMP-3 ได้ และจากความเป็นพิษของสารสกัดและฤทธิ์ยับยั้งการแสดงออกของยีนของสารสกัดรางจืดจากเอทานอล ทำให้สารสกัดนี้ถูกนำไปทดสอบฤทธิ์การปกป้องการเสื่อมสลายของเนื้อกระดูกอ่อนในเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่เลี้ยงในห้องปฏิบัติการ (cartilage explant) และพบว่า สารสกัดรางจืดจากเอทานอลสามารถยับยั้งการสูญเสีย s-GAGs และช่วยรักษาปริมาณโปรตีโอไกลแคนในเนื้อกระดูกอ่อนได้ แต่ไม่สามารถยับยั้งการหลั่งเอนไซม์ MMP-13 ได้ ซึ่งแสดงว่า สารสกัดรางจืดมีฤทธิ์ปกป้องการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนผิวข้อได้