กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
มะนาวโห่ เป็นพืชที่นิยมรับประทานผล ผลมีรสหวานอมเปรี้ยว มีสารพฤกษเคมีและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูง และยังมีการสะสมในส่วนของใบอีกด้วย ด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยาของใบและผลในแต่ละระยะมีความแตกต่างกัน อาจทำให้ปริมาณสารพฤกษเคมีและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระแตกต่างกัน จึงได้ทำการศึกษาผลของระยะพัฒนาการต่อการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางสัณฐานวิทยา ปริมาณสารพฤกษเคมี และความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระในใบและผลมะนาวโห่ ทำการศึกษาในใบ 3 ระยะ คือ ระยะใบอ่อน ระยะใบเพสลาด และระยะใบแก่ และในผล 3 ระยะ คือ ระยะผลดิบ ระยะผลห่าม และระยะผลสุก ผลจากการศึกษาพบว่า ระยะพัฒนาการของใบที่ต่างกัน ทำให้ลักษณะทางสัณฐานวิทยา ได้แก่ ขนาดใบ พื้นที่ใบ น้ำหนักใบ ค่า SCMR และค่าสี L* a* และ b* ปริมาณสารพฤกษเคมี ได้แก่ ค่า pH ปริมาณกรดที่ไทเทรตได้ ปริมาณวิตามินซี ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ และปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด และความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ FRAP, DPPH และ ABTS แตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ โดยใบเจริญเต็มที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง ปริมาณกรดที่ไทเทรตได้ ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ ปริมาณวิตามินซี และปริมาณฟินอลิกทั้งหมดสูงที่สุด และให้ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระในแบบ FRAP และ ABTS สูงที่สุด ในส่วนของผล พบว่า ระยะพัฒนาการที่ต่างกันทำให้ลักษณะทางสัณฐานวิทยา ได้แก่ น้ำหนักผล น้ำหนักเมล็ด ความแน่นเนื้อ และค่าสี L* a* และ b* ปริมาณสารพฤกษเคมี ได้แก่ ค่า pH กรดที่ไทเทรตได้ วิตามินซี ของแข็งที่ละลายน้ำได้ ปริมาณสารฟีนอลิกทั้งหมด ปริมาณสารฟลาโวนอยด์ทั้งหมด และปริมาณสารแอนโธไซยานินทั้งหมด และความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ FRAP DPPH และ ABTS แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยในผลสุกมีค่า pH ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ และปริมาณแอนโธไซยานินทั้งหมดสูงที่สุด และให้ความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระในแบบ FRAP สูงที่สุด ดังนั้นระยะของใบที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ประโยชน์ คือระยะใบเจริญเต็มที่ ส่วนในระยะของผลที่เหมาะสม คือระยะผลสุก ผลจากการศึกษานี้ช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากใบและผลมะนาวโห่ได้อย่างสูงสุด