Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การศึกษาผลการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ที่มีและไม่มีภาวะตับอักเสบก่อนการรักษาวัณโรคในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

นิรมล พิมน้ำเย็น กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในสองเตือนแรกของการรักษาและหนึ่ง ในสามของผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีภาวะตับอักเสบระหว่างการรักษา แต่ไม่มีข้อมูลว่าในกลุ่มผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีภาวะตับอักเสบตั้งแต่ ก่อนการรักษาวัณโรคด้วยหรือไม่ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบไปข้างหน้า วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการรักษาและปัจจัยที่ เกี่ยวข้องผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ที่มีและไม่มีภาวะดับอักเสบก่อนการรักษาวัณโรคในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ของประเทศไทย กลุ่มตัวอย่าง 413 ราย จากโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 46 แห่ง พบว่าผลการรักษาวัณโรครักษา สำเร็จร้อยละ 86.4 ประกอบด้วยรักษาหาย (Cured) รักษาครบ (Complete) เสียชีวิต (Dead) ร้อยละ 74.8 11.6 และ 9.0 ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตช่วงการรักษาระยะเข้มขั้น 2 เดือนแรก ร้อยละ 7.3 และเสียชีวิตในโรงพยาบาล ร้อยละ 5.1 สาเหตุการเสียชีวิต จากโรควัณโรคและระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ร้อยละ 1.9 รองมาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งและอุบัติเหตุ คิดเป็นร้อยละ 0.7 ผู้ป่วยที่รักษาไม่สำเร็จส่วนใหญ่จะมีตัชนีมวลกายเริ่มตันรักษาน้ำหนักน้อยกว่าปกติร้อยละ 57.1 ดัชนีมวล กายเมื่อสิ้นสุดการรักษาน้ำหนักน้อยกว่าปกติ ร้อยละ 46.7 วิเคราะห์ด้วยสถิติออดส์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลการรักษาเสียชีวิต พบว่า 1) ผู้ป่วยวัณโรคที่มีโรคร่วมได้แก่ CVD และ CVA มีโอกาสเสียชีวิตเป็น 2.459 เท่า 2) ผู้ป่วยวัณโรคฯที่เป็นโรคระบบ ทางเดินหายใจCOPD มีโอกาสเสียชีวิตเป็น 5.008 เท่า 3) ผู้ป่วยวัณโรคฯที่เป็นโรคมะเร็ง มีโอกาสเสียชีวิตเป็น 7.389 เท่า 4) ผู้ป่วยวัณโรคฯ ที่เป็นโรคไต Renal Failure มีโอกาสเสียชีวิตเป็น 9.217 เท่า 5) ผู้ป่วยวัฒโรคฯ ที่เป็นโรค Anemia มีโอกาส เสียชีวิตเป็น 6.956 เท่า 6) ผู้ป่วยวัณโรคฯ ที่เป็นโรค Malnutition BMI<18.5 มีโอกาสเสียชีวิตเป็น 2.261 เท่า 7) ผู้ปัน โรคาที่เป็นโรคอื่นๆร่วม จะมีโอกาสเสียชีวิตเป็น 2.486 เท่าของผู้ที่ไม่มีโรคเหล่านี้ และ8) ผู้ป่วยวัณโรคฯที่มีผลการตรวจ Liver Function Test ไม่ปกติ ก่อนเริ่มยารักษาวัณโรค มีโอกาสเสียชีวิตเป็น 2.648 เท่าของผู้ที่มีผลการตรรจปกติ 9) ผู้ป่วย วัณโรคฯ ที่มีผลการตรวจ Liver Function Test หลังเริ่มยาครั้งที่ 1 ไม่ปกติ มีโอกาสรักษาวัณโรคแล้วเสียชีวิตเป็น 4.018 เท่าของผู้ป่วยวัณโรคฯ ที่มีผลการตรวจ Liver Function Test หลังเริ่มยาครั้งที่ 1 ปกติ 10) ผู้ป่วยวันโรคที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเสียชีวิตเป็น 7.522 เท่า ของผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี 11) ผู้ป่วยวัฒโรคที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโอกาสเสียชีวิตเป็น 5.294 เท่า ของผู้ป่วยวัณโรคที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี 12) ผู้ป่วยวัณโรคฯ ที่มีสถานภาพหย่า มีโอกาสเสียชีวิต เป็น 4.305 เท่า ของผู้ป่วยวัณโรคฯ ที่มีสถานภาพไม่หย่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผลการรักษาสำเร็จ พบว่า 1) ผู้ป่วยวัณโรคฯ ที่มีการกำกับการกินยารักษาวัณโรคโดยเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป/ชุมชน จะมีโอกาสรักษาวัณโรคสำเร็จเป็น 3.067 เท่าของผู้ป่วยไม่มีการกำกับการกินยารักษาวัณโรค โดยเจ้าหน้าที่ฯ 2) ผู้ป่วยวันโรคฯ ที่มีผลการตรวจ Liver Function Test ก่อนเริ่มยารักษาวัณโรคปกติ จะมีโอกาสรักษาวัฒ โรคสำเร็จเป็น 2.417 เท่าของผู้ป่วยวัณโรคฯ ที่มีผลการตรวจ Liver Function Test ก่อนเริ่มยารักษาวัณโรคไม่ปกติ 3) ผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี มีโอกาสรักษาวัณโรคสำเร็จ 3.074 เท่า ของผู้ป่วย ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป 4) ผู้ป่วยที่มีอายุน้อย กว่า 60 ปี มีโอกาสรักษาวัณโรคสำเร็จ 2.798 เท่า ของผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 5) ผู้ป่วยที่มีสถานภาพไม่หย่า มีโอกาส รักษาวัณโรคสำเร็จ 2.806 เท่า ของผู้ป่วยที่มีสถานภาพหย่า 6) ผู้ป่วยที่ไม่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบปี มีโอกาสรักษาวัณโรค สำเร็จ 2.657 เท่า ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบปี 7) ผู้ป่วยวัณโรคฯที่ไม่ติดไวรัสดับอักเสบชี มีโอกาสรักษาวัณโรคสำเร็จ 2.857 เท่า ของผู้ป่วยวัฒโรคฯ ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05การศึกษาครั้งนี้เสนอปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กับการรักษาสำเร็จและไม่สำเร็จเพื่อการพัฒนาระบบการดูรักษาผู้ป่วยวัณโรคในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทศไทย การวิจัยครั้งต่อไปเสนอให้มีการศึกษารูปแบบการวิจัยและพัฒนา R&D เพื่อพัฒนาระบบการดูแลรักษาและการป้องกันการเสียชีวิต ในกลุ่มผู้ป่วยวัณโรคที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง

คำสำคัญ

วัณโรคผลการรักษาภาคเหนือตอนล่างhepatitisTBตับอักเสบThe lower northern ThailandTraetment outcome

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะตับอักเสบก่อนการรักษาวัณโรคของผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

ทวีศักดิ์ ศิริพรไพบูลย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2562

การศึกษาความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะตับอักเสบก่อนการรักษาวัณโรคของผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย

นิรมล พิมน้ำเย็น ส้านักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 พ.ศ. 2559

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล่าช้าในการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะ พบเชื้อรายใหม่ที่เกิดจากตัวผู้ป่วย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

พรนภา ศุกรเวทย์ศิริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

ปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อโรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร จังหวัดเชียงราย

ราเมศ คนสมศักดิ์ พ.ศ. 2560

การศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเสียชีวิตในผู้ป่วยวัณโรคปอดผู้ใหญ่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย: ศึกษาแบบ Matched Case-Control

อัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2561

การวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิต ระหว่างการรักษาวัณโรค ในผู้ป่วยวัณโรคปอดชนิดใหม่และเกิดโรคกลับ

โกสินทร์ หลวงละ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

ตัวแบบการพยากรณ์จำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบในประเทศไทย

วรางคณา กีรติวิบูลย์ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2559

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดในคลินิกวัณโรค จังหวัดเพชรบูรณ์

พรรณี มารอด พ.ศ. 2557

ปัจจัยทีสัมพันธ์ต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชือ โรงพยาบาลห้วยยอด จังหวัดตรัง

พรพิสุทธิ์ เดชแสง พ.ศ. 2561

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล่าช้าในการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อรายใหม่ จังหวัดบึงกาฬ

พรนภา ศุกรเวทย์ศิริ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560