การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบติดตามไปข้างหน้า มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของโมเดลไดนามิกส์ของการแพร่เชื้อวัณโรค ซึ่งประกอบด้วย 1) the Wells-Riley equation 2) Rudnick & Milton model 2 รูปแบบ 3) the Applied SEIR models และ 4) Issarow et al model ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง คือ ห้องขังของเรือนจำความมั่นคงสูง 3 แห่ง จำนวน 985 ห้อง ใช้สถิติ Poisson regression ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างค่าความน่าจะเป็นของการแพร่เชื้อวัณโรคและอัตราเสี่ยงของการเกิดวัณโรคปอด วิเคราะห์ค่าความสอดคล้องด้วยการวิเคราะห์สหสัมพันธ์และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ภายในชั้น วิเคราะห์ความเหมาะสมของโมเดลด้วยเกณฑ์ของอาไคเคะและเกณฑ์ของเบส์ วิเคราะห์ความตรงเชิงพยากรณ์ และหาค่าพื้นที่ใต้กราฟ ผลพบว่า มีอุบัติการณ์ของผู้ป่วยวัณโรคปอดในผู้ต้องขังอย่างน้อย 1 คน ในห้องขัง 138 ห้อง จากห้องขัง 985 ห้อง (ร้อยละ 14.01) ค่าความน่าจะเป็นของการแพร่เชื้อวัณโรคที่ได้จากโมเดลไดนามิกส์ทั้ง 5 รูปแบบ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับอัตราอุบัติการณ์ของวัณโรคปอดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการประเมินความเหมาะสมของโมเดลไดนามิกส์ทั้งในแง่ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ พบว่า the Wells-Riley equation และ Issarow et al model มีความเหมาะสมในการประเมินความเสี่ยงของการเกิดวัณโรคปอด นอกจากนี้ยังพบว่า ค่าอัตราการระบายอากาศแบบรอบต่อชั่วโมง จำนวนผู้ป่วยวัณโรคในห้องขังและค่าความชุกของผู้ป่วยเสมหะบวกที่หนาแน่นในแดนส่งผลต่ออุบัติการณ์ของการเกิดวัณโรคปอด สรุปผลการศึกษานี้ แสดงข้อมูลเชิงประจักษ์ที่พบว่าโมเดลไดนามิกส์ทั้ง 5 รูปแบบสามารถทำนายความเสี่ยงของการเกิดวัณโรคปอดได้อย่างถูกต้องและปัจจัยด้านการระบายอากาศและการมีผู้ป่วยวัณโรคในห้องขังเป็นปัจจัยที่สำคัญในการควบคุมวัณโรคในบริบทของเรือนจำ
คำสำคัญ
high security prisons of Thailandincidence of tuberculosisrisk factors of tuberculosisthe dynamic models of tuberculosis transmissiontuberculosis/ druge resistance tuberculosisปัจจัยเสี่ยงการเกิดวัณโรคโมเดลไดนามิกส์ของการแพร่เชื้อวัณโรคเรือนจำความมั่นคงสูงของประเทศไทยวัณโรค/วัณโรคดื้อยาอุบัติการณ์ของการเกิดวัณโรค