การพัฒนาแบบจำลองเชิงความน่าจะเป็นและระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อยับยั้งและจำกัดการแพร่กระจายการติดเชื้อโรคหัดในโรงเรียนประถมขนาดเล็ก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในโครงการวิจัยน ได้ใชวิธีการจาลองสถานการณ์มอนติคาร์โล ร่วมกับวิธีโครงข่ายประสาท เทียมและวิธีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาการระบาดของเชื้อโรคในระบบที่มีขอบเขตจากัด โดยเริ่มตนได ใช้แบบจาลองตัวแทนแบบ SIR เพื่อศึกษาผลของขนาดของระบบ ความหนาแน่นของประชากร และ ระยะเวลาแพร่เชื้อ ที่มีต่อจานวนผู้ตดเชื้อรายใหม่จากผู้ตดเชอรายแรกและระยะเวลาการแพร่ระบาด ของเชื้อโรค ซึ่งพบว่าผลกระทบหลักจะมาจากความหนาแน่นของประชากรและระยะเวลาการแพร จากนั้น ได้ขยายผลการศึกษาไปยังแบบจาลองตัวแทนแบบ SEIR เพื่อศึกษาผลของปัจจัยตัวแปรต้นตาม ข้างต้นที่มีต่อภูมิคุ้มกันกลุ่ม ทาให้สามารถสรางสมการความสมพันธ์ไม่เชิงเส้นระหว่างเวลาแพรเชื้อ วิกฤติกับความหนาแน่นของประชากร ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการบรรเทาหรือยับยั้งการ แพร่กระจายของเชื้อโรคไม่ให้เป็นโรคระบาด จากนั้น ได้นาแบบจาลองตัวแทนแบบ SEIR และองค ความรู้ที่ได้มาก่อนหน้ามาศึกษาโรคหัด โดยเริ่มต้นจากการสอบเทียบเวลาในการจาลองสถานการณ์กับ เวลาจริงในหน่วยวันผ่านค่าจานวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จากผู้ตดเชื้อรายแรก และพิจารณาให้ตัวแทนของ ระบบ(ซึ่งสื่อถึงนักเรียนประถม)มีการได้รับวัคซีนโรคหัดมาก่อนหน้าในหลายๆสถานการณ อาทิเชน มี การให้วัคซีนเข็มแรกเท่านั้นและเป็นแบบสุ่ม มีการให้วัคซีนเข็มแรกแบบสุ่มและเข็มสองให้กับผที่ได้รับ เข็มแรกมาแล้วเท่านั้น มีการให้วัคซีนเข็มแรกและเข็มสองแบบสุ่ม และมีการให้วัคซีนเข็มแรกแบบสุ่ม และเข็มทสองแบบเจาะจงให้กับผที่เคยได้รับเข็มแรกแบบเป็นสัดส่วน ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่าการให้ วัคซีนโรคหัดแบบสองเข็มนั้น มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าการให้วัคซีนแบบเข็มเดียวโดยประสิทธิภาพจะ ขึ้นอยู่กับรูปแบบในการให้ ซึ่งในกรณีที่วัคซีนมีความครอบคลุมน้อย(งบประมาณน้อย) ควรจะให้ ความสาคัญกับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน ซึ่งจะส่งผลให้สามารถควบคุมการแพร่กระจายของโรคหัด ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า แตจะต้องมีการจัดทาฐานข้อมูลเกี่ยวกับการได้รับวัคซีนมาก่อนหน้าเพื่อ ควบคุมการแจกจ่ายวัคซีน อย่างไรก็ตาม หากมีการให้วัคซีนทมีความครอบคลุมที่มากขึ้น พบว่าการให้ วัคซีนแบบควบคุมที่กาหนดให้ผู้ที่ไม่เคยได้วัคซีนมาก่อนนั้น และการให้วัคซีนทงสองเข็มแบบสุ่มแทบไม่ แตกต่างกัน ซึ่งการให้วัคซีนทั้งสองเข็มแบบสุ่มมีข้อได้เปรียบในแง่ที่ไม่จาเป็นต้องเคร่งครัดในการจดทา ฐานข้อมูลสาหรับการแจกจ่ายวัคซีน ผลลัพธ์ที่ไดจากการศึกษาน คือ องคความรู้ทเกี่ยวกับสภาวะการ แพร่ระบาดของโรคโรคหัดในโรงเรียนที่มีพื้นทจากัดขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะเป็นประโยชนสาหรับการ ประยุกต์วางแผนเชิงนโยบายในทางสาธารณสขตอไป เช่น นโยบายการบริการให้วัคซีนในเด็ก และ จานวนวันบังคับปิดโรงเรียนเพื่อควบคุมการระบาด ทั้งน ได้มีการเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวในการ ประชุมวิชาการระดับนานาชาต การตีพิมพ์ผลงานในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูลสากล และการถ่ายทอด องค์ความรู้ในโครงการอบรมสัมมนาเรื่อง “การพยากรณ์โรคติดเชื้อ”