การศึกษาผลกระทบด้านนิเวศวิทยาทางน้ำและการปรับตัวของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบด้านนิเวศวิทยาทางน้ำจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และเพื่อศึกษาระดับการรับรู้และการปรับตัวของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ อีกทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงในการดูแลรักษาแม่น้ำบางปะกงอย่างยั่งยืน ผลการศึกษาผลกระทบด้านนิเวศวิทยาทางน้ำ ด้านระบบนิเวศแหล่งน้ำจืดในแม่น้ำบางปะกง พบว่า สิ่งมีชีวิตทั้ง ปลา ลูกปลา แพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ และพืชน้ำประเภทต่าง ๆ มีจำนวนลดน้อยลงทั้งชนิด จำนวนเมื่อเปรียบเทียบกับอดีต สำหรับระบบนิเวศชายฝั่ง ได้แก่ พื้นที่ป่าโกงกาง และสัตว์หน้าดินต่างๆ พบว่า มีจำนวนลดน้อยลงทั้งชนิดและจำนวนเช่นกัน สำหรับการศึกษาระดับการรับรู้และการปรับตัวของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ จากครัวเรือนในพื้นที่ 6 อำเภอที่ติดกับแม่น้ำบางปะกง พบว่า คนส่วนใหญ่คือร้อยละ 65.5 เคยรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ” โดยรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ผ่านสื่อประเภทโทรทัศน์ มากที่สุด โดยหัวข้อที่รับรู้มากที่สุด คือ ผลกระทบของ “การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ”สำหรับสิ่งที่ผู้ตอบแบบประเมินสังเกตได้มากที่สุดจากการเกิด “การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ” คือ อุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้น สำหรับด้านการปรับตัวของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ พบว่า คนส่วนใหญ่มีการปรับตัวด้านการประกอบอาชีพ โดยมีการเปลี่ยนแปลงการประกอบอาชีพเป็นอาชีพที่มีรายได้ประจำมากกว่าอาชีพเกษตรกรรมที่ผลผลิตลดลงจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวด้านการดูแลทรัพยากรธรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น โดยมีการสร้างเครือข่ายชุมชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพราะอยากให้ทรัพยากรธรมชาติและสิ่งแวดล้อมคงอยู่ต่อไป