อุปสรรคและกลยุทธ์การปรับตัวของเกษตรกรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : กรณีศึกษาบางเลน นครปฐม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การผันแปรและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนสูง นำมาซึ่งความเสี่ยงของการเกิดภัยธรรมชาติที่ถี่และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย น้ำขาดแคลน การรุกล้ำของน้ำเค็ม ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน การใช้ชีวิต และการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตร ซึ่งเป็นภาคการผลิตที่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจทำให้ผลผลิตเสียหาย ส่งผลกระทบทั้งในระดับครัวเรือน ระดับชุมชน ไปจนถึงระดับชาติ การวิจัย เรื่อง กลยุทธ์การปรับตัวของเกษตรกรต่อการผันแปรและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความไม่แน่นอนของทรัพยากรน้ำภายใต้การผันแปรและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ รวมทั้งประเมินการตระหนักรู้ของเกษตรกรต่อการผันแปรภูมิอากาศ รวมทั้ง ปัญหาและอุปสรรค ข้อจำกัดของเกษตรกร เพื่อนำไปสู่การสร้างกลยุทธ์การปรับตัวฯ โดยเน้นการมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่ายประชาสังคม โดยเลือกพื้นที่ศึกษาอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครปฐม เป็นพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงค่อนข้างสูง ดินมีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวเป็นอย่างยิ่ง มีความสำคัญต่อภาคผลิตและความมั่นคงทางอาหารของประเทศการศึกษานี้ประกอบด้วยงานสองส่วนหลักๆ คือ งานทางด้านเทคนิค ได้แก่ การวิเคราะห์ทางอุตุ-อุทกวิทยา การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเชิงพื้นที่ การศึกษาวิเคราะห์ด้านเกษตร ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงการวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ โดยใช้ข้อมูลทั้งทุติยภูมิ ปฐมภูมิและงานทางด้านสังคม ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ข้าราชการในพื้นที่ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำชุมชน นักวิชาการ เป็นต้น ผลจากการศึกษาพบว่า การผันแปรภูมิอากาศของพื้นที่บางเลน มีผลกระทบต่อปริมาณฝนได้ทั้งการเพิ่มขึ้นและการลดลงของฝน ขึ้นอยู่กับว่าเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญหรือลานีญาแบบต่อเนื่อง โดย ในส่วนของอุณหภูมิสูงสุด อุณหภูมิต่ำสุด และอุณหภูมิเฉลี่ยของจังหวัดนครปฐมนั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1-1.5 องศาเซลเซียสทุกคาบ 20 ปี ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมินี้ จะส่งผลต่อการเกิดโรคและการระบาดของแมลงที่รุนแรงขึ้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ ในมุมมองของเกษตรกร มีความรุนแรงเป็นอันดับสองและสาม รองจากปัญหาต้นทุนการทำนา อย่างไรก็ตาม เกษตรกรในพื้นที่บางเลน มีการปรับตัวต่อความไม่แน่นอนมาแล้วหลายรูปแบบและยังทำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ผลจากการศึกษาได้แบ่งกลุ่มเกษตรกรเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มที่พร้อมรับรู้และปรับเปลี่ยน หรือเรียกว่ากลุ่ม หัวไว ใจสู้ (2) กลุ่มเกษตรกรที่อาจยังไม่พร้อมในการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีปฏิบัติ ส่วนใหญ่เป็นเกษตรนาเช่าซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนค่าเช่านา และ (3) กลุ่มเกษตรกรที่มีปัญหาเฉพาะ เช่น มีข้อจำกัดเรื่องน้ำ เกษตรกรแต่ละกลุ่มมีจุดอ่อน จุดแข็ง และศักยภาพในการรับมือกับปัญหาจากการผันแปรภูมิอากาศได้แตกต่างกัน จึงเป็นที่มาของการกำหนดกลยุทธ์ 3 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์ที่ 1 การปรับเปลี่ยนการปลูกข้าว กลยุทธ์ที่ 2 การสร้างเครือข่ายพันธมิตร และ กลยุทธ์ที่ 3 การสลับน้ำ ซึ่งมีความยืดหยุ่นกับเกษตรกรแต่ละกลุ่ม สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง รวมทั้ง การศึกษานี้ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นสนับสนุนการตัดสินใจของเกษตรกรด้วย