Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

ความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของผู้บริหารหญิงในบริษัทเอกชนไทย:มาตรการสนับสนุนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ

เนตรนภา ยาบุชิตะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูง ไม่เพียงแต่ความเหลื่อมล้ำทางเพศ ยังมีความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ การศึกษา และสุขภาพ ความเหลื่อมล้ำนี้จะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อสังคมผู้สูงอายุเข้าสู่ภาวะวิกฤตมากขึ้น รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่อง “ความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของผู้บริหารหญิงในบริษัทเอกชนไทย : มาตรการสนับสนุนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ” แสดงให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศในสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งบริหารระดับสูงในบริษัทเอกชนไทย ผลการศึกษาสถิติด้านแรงงานพบว่าอุปสงค์ต่อแรงงานหญิงยังคงสูงต่อเนื่อง โดยอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานหญิงคงอยู่ที่ร้อยละ 60 ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เมื่อดูสถานภาพการทำงาน แรงงานหญิงย้ายจากประเภททำงานให้ครอบครัวโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ไปสู่ประเภทลูกจ้างรัฐบาลและลูกจ้างบริษัทเอกชนเพิ่มขึ้น แต่เมื่อดูอาชีพพบว่าสังคมไทยมีแนวโน้มแบ่งแยกอาชีพหญิงชาย มีอคติทางเพศเห็นว่าอะไรเหมาะกับผู้หญิง อะไรเหมาะกับผู้ชาย โดยผู้หญิงจะกระจุกตัวในอาชีพการให้บริการ และงานในโรงงานที่ใช้ทักษะไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับอาชีพบริหารและช่างที่ใช้ทักษะขั้นสูงกว่าของผู้ชาย และผลของความหนาแน่นในอาชีพที่มีผู้หญิงเป็นหลัก ทำให้ผู้หญิงมีแนวโน้มได้รับค่าจ้างต่ำกว่าชาย ที่น่าสนใจคือเมื่อดูอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานหญิงตามช่วงอายุ พบว่าเส้นกราฟไม่ได้เป็นเส้นตัวอักษร M กล่าวคือแรงงานหญิงไทยยังคงทำงานในช่วงวัยเจริญพันธุ์ มีแนวโน้มจบการศึกษาระดับปริญญาตรีก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น และมีแรงงานหญิงสูงอายุเพิ่มขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงเมื่อสังคมผู้สูงอายุพัฒนาเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ก็คือผู้หญิงจะต้องแบกรับภาระสองเท่าสามเท่ากับงานที่ได้รับค่าจ้าง (นอกบ้าน) และงานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง (งานบ้าน งานดูแลบุตรและผู้สูงอายุ) เพราะสังคมไทยยังคงมีอคติทางเพศว่างานเหล่านี้เป็นงานของผู้หญิง หากไม่มีมาตรการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน จะทำให้ผู้หญิงต้องออกจากตลาดแรงงาน ซึ่งขัดแย้งกับความต้องการแรงงานหญิงที่เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนแรงงานหนุ่มสาวที่ขาดแคลนในสังคมผู้สูงอายุ ที่วิกฤตกว่านั้นคือเมื่อผู้หญิงรู้สึกเหนื่อยล้าก็อาจจะเลือกไม่แต่งงานหรือไม่มีบุตร อัตราเกิดที่ต่ำลงจะยิ่งทำให้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอัตราเร่งมากขึ้น ในด้านอุปทานแรงงานพบว่าแรงงานหญิงได้รับการศึกษาสูงขึ้น โดยเฉพาะในระดับปริญญาตรีมีสัดส่วนของนักศึกษาหญิงสูงกว่าชายแล้วในทุกคณะ ยกเว้นคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้หญิงได้ลงทุนในทุนมนุษย์ด้านการศึกษา และเข้าสู่อาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาธารณสุข และบริหารธุรกิจ ที่ได้รับค่าจ้างสูงกว่าด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ทั่วไปมากขึ้น ครอบครัวขยายและการสนับสนุนของคู่สมรสเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของผู้หญิง ผลการสำรวจข้อมูลทุติยภูมิ เกี่ยวกับประวัติของผู้หญิงในคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าแม้สตรีจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ปัญหาท่อรั่ว (leaking pipeline) หรือจำนวนผู้หญิงที่ลดน้อยลงเมื่อตำแหน่งสูงขึ้นในองค์กร เพดานแก้ว (glass ceiling) หรืออุปสรรคต่างๆ ที่มองไม่เห็นกีดกันโอกาสก้าวหน้าในงานสู่ตำแหน่งระดับสูง และกำแพงแก้ว (glass walls) หรือการแบ่งแยกกลุ่มอาชีพบริหารตามเพศ เมื่อผู้หญิงขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูง มีแนวโน้มกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอาชีพบริหารบางอย่างยังคงมีให้เห็นอย่างเด่นชัด นอกจากนี้ผลการสำรวจด้วยแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ผู้บริหารของบริษัทเอกชนไทย ได้ข้อสรุปว่าบริษัทเอกชนไทยไม่ได้มีวิธีการปฏิบัติที่กีดกันโอกาสก้าวหน้าในงานของผู้หญิง บริษัทส่วนใหญ่เปิดโอกาสให้ทุกคนไม่ว่าหญิงชายที่มีความรู้ความสามารถ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงขององค์กรได้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ดีแต่ละบริษัทไม่ได้มีมาตรการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานของผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม สวัสดิการส่วนใหญ่ยังคงเน้นตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ในเรื่องวันลาก็มีแต่ลาป่วย ลากิจ ลาเพื่อกิจกรรมทางศาสนาเท่านั้น การลาเพื่อดูแลบุตรหรือผู้สูงอายุในครอบครัวยังคงใช้การลากิจเป็นหลัก สวัสดิการที่เพิ่มขึ้นบางอย่างก็เพื่อดึงดูดพนักงานหนุ่มสาวรุ่นใหม่ให้อยู่กับองค์กรเท่านั้น ซึ่งส่วนมากเป็นสวัสดิการด้านการออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และท่องเที่ยวสันทนาการ บทสรุปท้ายเล่มผู้วิจัยนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 2 อันหลัก คือ นโยบายระดับชาติและนโยบายระดับองค์กร ซึ่งแบ่งเป็นอีก 3 นโยบายย่อย คือ มาตรการส่งเสริมโอกาสการจ้างงานที่เท่าเทียมกัน มาตรการส่งเสริมผู้หญิงในงานบริหาร มาตรการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน และตอนสุดท้ายของบทเป็นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานวิจัยในอนาคต

คำสำคัญ

สังคมผู้สูงอายุWork-life balanceAged Societyprivate companiesบริษัทเอกชนแรงงานหญิงความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานtrade offWomen laborswomen managersการเลือกอย่างเสียอย่างผู้บริหารหญิง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การวิเคราะห์แนวทางสนับสนุนการทำงานของผู้หญิงในสังคมสูงวัย

ปวีณา ลี้ตระกูล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2559

พฤฒพลัง : บทบาทของกลุ่มผู้สูงอายุและ ทุน ที่ใช้ในการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงวัย

ปณิธี บราวน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2557

ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการจัดการแรงงานผู้สูงอายุในธุรกิจภาคบริการจังหวัดสุรินทร์

ธีรวัตร์ ภูระธีรานรัชต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2564

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสมดุลระหว่างงานและชีวิตของเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าทางโทรศัพท์หญิง กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ศยามล เอกะกุลานันต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2562

THE RELATIONSHIP BETWEEN SENIOR EXECUTIVE’S CHARACTERISTICS, ORPORATE SOCIAL RESPONSIBILITY AND FINANCIAL PERFORMANCE

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ พ.ศ. 2563

อิทธิพลของศักยภาพในการทำงาน การสนับสนุนทางสังคม พฤติกรรมการดูแลตนเอง และการเห็นคุณค่าแห่งตนที่มีผลต่อความพร้อมในการทำงานหลังเกษียณของผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร

มหาวิทยาลัยสยาม พ.ศ. 2561

สังคมผู้สูงอายุ: ปัจจัยการตลาดที่เปลี่ยนไป

วัชรากรณ์ ชีวโศภิษฐ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2562

ผู้สูงอายุในโลกแห่งการทำงาน : มุมมองเชิงทฤษฎีทางกายจิตสังคม

ธนยศ สุมาลย์โรจน์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558

นโยบายการทำงานและการจ้างงานผู้สูงอายุ: ข้อสังเกตบางประการ

ชวลิต สวัสดิ์ผล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2563

แรงงานผู้สูงอายุ: โอกาสและความท้าทายของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในธุรกิจการบริการ

พงศ์เสวก เอนกจำนงค์พร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พ.ศ. 2563