โครงการศึกษารูปแบบการทำงาน การจ้างงาน สวัสดิการและหลักประกันทางสัมคมของแรงงานผู้สูงอายุ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษารูปแบบการทำงาน การจ้างงาน สวัสดิการ และหลักประกันทางสังคมของแรงงานผู้สูงอายุนี้ มีวัตถุประสงค์ ๔ ข้อ คือ ๑) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ และแนวทางการบริหารจัดการที่เกี่ยวกับแรงงานผู้สูงอายุในบริบทของทั้งในและต่างประเทศ ๒) เพื่อศึกษาการทำงานของผู้สูงอายุ (รายงานตามมาตรฐานอุตสาหกรรม TSIC 2009) รูปแบบการทำงานของผู้สูงอายุ (ทั้งที่มีนายจ้างและไม่มีนายจ้าง) การจ้างงานผู้สูงอายุ ทักษะที่เกี่ยวข้อง ค่าจ้างหลักประกันทางสังคม สวัสดิการและการคุ้มครองแรงงานของผู้สูงอายุที่เหมาะสมกับประเทศไทย ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ๓) เพื่อศึกษาแนวทางการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจ้างงานผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น ๔) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านแรงงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยใช้วิธีวิทยาในการศึกษาทั้งจากการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร การสำรวจและการสัมภาษณ์เชิงลึกในกลุ่มตัวอย่างแรงงานวัยก่อนเกษียณ (อายุ ๕๐ - ๕๙ ปี) แรงงานผู้สูงอายุ (อายุ ๖๐ - ๘๐ ปี) สถานประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ การจัดประชุมกลุ่มย่อย และการนำเสนอผลการศึกษาและรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ผลการศึกษาพบว่า การสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้มีงานทำตามภารกิจของกระทรวงแรงงาน ทั้งในแง่ของการจ้างงานผู้สูงอายุให้มากขึ้น จากตัวเลขที่พบการจ้างงานผู้สูงอายุในภาครัฐเพียงร้อยละ ๒ ในเอกชนพบเพียงร้อยละ ๑๒ และในแง่ของการขยายเวลาการเกษียณอายุออกไปเพื่อให้คนที่ยังอยู่ในวัยแรงงานได้มีเวลาในการทำงานมากยิ่งขึ้นสอดรับกับความต้องการแรงงานที่มีประสบการณ์ในการทำงานที่จะเป็นประโยชน์ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนซึ่งเป็นสิ่งที่แรงงานวัยหนุ่มสาวยังขาดหรือยังไม่มีมากพอ อย่างไรก็ตาม ค่าจ้างในระดับ ๔๕ บาท/ชั่วโมง วันละ ๗ ชั่วโมง คิดเป็น ๓๑๕ บาทต่อวัน และไม่เกิน ๖ วันต่อสัปดาห์ ตามที่กระทรวงแรงงานได้มีประกาศขอความร่วมมือไว้นั้น ยังถือเป็นตัวเลขที่ยังน้อยเมื่อเทียบกับค่าครองชีพและภาวการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งทักษะและประสบการณ์ของแรงงานผู้สูงอายุเหล่านี้มีคุณค่าและมูลค่ามากเกินกว่าค่าจ้างที่ได้รับในระดับของการจ้างงานด้วยค่าจ้างขั้นต่ำ กระทรวงแรงงานควรได้พิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างที่มีความเหมาะสมตามทักษะ และประสบการณ์ตามลักษณะงานที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงมาตรการอื่นในการจูงใจให้สถานประกอบการโดยเฉพาะภาคเอกชนรับแรงงานผู้สูงอายุทำงาน ซึ่งควรเริ่มจากการจ้างงานผู้สูงอายุในหน่วยงานภาครัฐเพื่อเป็นการนำร่องและให้เห็นถึงประโยชน์ในการจ้างงาน