การศึกษาความเหลื่อมล้ำในเมืองด้านการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากปรากฏการณ์ความเหลื่อมล้ำในมิติด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเมือง ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านสังคมเศรษฐกิจเท่านั้น หากยังรวมถึงโอกาสในการเข้าถึงกิจกรรมต่าง ๆ ในเมือง โดยเฉพาะการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ของเมือง งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาปรากฏการณ์การเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเมือง เพื่อทำความเข้าใจถึงสภาพความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะและเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในมิติด้านการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเมือง การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ เก็บข้อมูลพฤติกรรมการเข้าถึงพื้นที่เมืองนครราชสีมา จำนวน 150 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ การถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ยังคงมีความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเมืองระหว่างกลุ่มอายุต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่คนวัยหนุ่มสาวในวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่เดินทางเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเมืองด้วยระบบขนส่งส่วนบุคคลและขับด้วยตนเองมากที่สุด สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่าส่วนใหญ่ผู้สูงอายุตอนต้นและตอนกลาง มักจะเดินทางโดยเป็นผู้โดยสารของระบบขนส่งส่วนบุคคล และมีการเดินและปั่นจักรยานบ้างเป็นส่วนน้อยสำหรับพื้นที่สาธารณะในละแวกบ้าน โดยปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเมือง เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่การสัญจรให้ปลอดภัย และมีชีวิตชีวา สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้เดินทาง ตลอดจนผสานการเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งทุกระบบ ซึ่งนักวางแผนพัฒนาเมืองไม่ควรมองข้ามในการนำไปปรับปรุงและพัฒนาการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเมืองเพื่อตอบสนองความต้องการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเมืองของคนทุกกลุ่มและรองรับสังคมผู้สูงอายุได้อย่างมีคุณภาพในอนาคต