Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2566

การลดความเหลื่อมล้ำ : การวิจัยและพัฒนาการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในกลุ่มเพศทางเลือกของ สังคมตามแนววิถีพุทธ

ชุติภัค แหมทอง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2566

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยเรื่อง “การลดความเหลื่อมล้ำ: การวิจัยและพัฒนาการแก้ไขปัญหาเชิง โครงสร้างในกลุ่มเพศทางเลือกของ สังคมตามแนววิถีพุทธ” เป็นการวิจัยปฏิบัติการ (Action Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) เพื่อศึกษารูปแบบการลดความเหลื่อมล้ำของกลุ่มเพศทางเลือก ในสังคมตามแนววิถีพุทธ ๒) เพื่อพัฒนากลไกการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของกลุ่มเพศทางเลือกใน สังคมตามแนววิถีพุทธ และ๓) เพื่อเสนอแนะแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างของกลุ่ม เพศทางเลือกในสังคมตามแนววิถีพุทธให้กับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างได้แก่ การคัดเลือกกลุ่ม เพศทางเลือกในท้องถิ่น โดยการสุ่มแบบเจาะจง จำนวน ๓๔ คน คือ เป็นเยาวชนในท้องถิ่นที่สนใจใน โครงการฯ แล้วจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเพศทางเลือก ในเรื่อง “ค่าของตนสร้างคนให้ สมดุล” จำนวน ๑ ครั้ง ๒ วัน ส่วนผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น นักวิชาการ และกลุ่มเพศทางเลือก จำนวน ๕ คน โดยการสุ่มแบบเจาะจง ตาม ความสำคัญของเรื่อง คือ เป็นบุคคลที่มีบทบาทและความสัมพันธ์เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาการ แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในกลุ่มเพศทางเลือกของสังคมตามแนววิถีพุทธ โดยการสัมภาษณ์ ส่วนการ สนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน ๑๐ คน กับกลุ่มเพศทางเลือกในท้องถิ่นที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโครงการฯ ผลการวิจัย พบว่า มนุษย์มีความอคติมีความคิดเป็นของตนเองเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่เรา สามารถทำได้เพี่อลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากเพศเลือกที่เกิดกับเรา คือการปฏิบัติตนไปด้านที่ดี ไม่ ปฏิบัติตนให้เป็นที่เดือดร้อนของบุคคลอื่น และบุคคลทั่วไปก็ควรเปิดใจยอมรับเพศทางเลือกคิดว่าเขา ก็คือมนุษย์ มีความรู้และความสามารถเหมือนบุคคลทั่วไป รวมถึงหน่วยงานก็ควรให้สิทธิกับกลุ่มเพศ ทางเลือกเหมือนบุคคลทั่วไป ไม่ควรเลือกปฏิบัติ นอกจากนั้น พระพุทธศาสนาได้เสนอหลักปฏิบัติเพื่อ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นการสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมกันทั้งในด้านวัตถุและจิตใจ พร้อมทั้งความเสมอภาคด้านสิทธิและโอกาสเพื่อช่วยลดความขัดแย้ง และสร้างความสามัคคีได้จริง เพราะไม่ต้องแข่งขันกัน สร้างวัฒนธรรมแห่งสันติสุขเพราะการแบ่งปันผลผลิตหรือปัจจัยสี่ตามความจำเป็น และอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นบนฐานของการเคารพ และการให้เกียรติกันและกัน แม้ว่าจะไม่รู้จัก กันมาก่อนก็ตาม โดยมีหลักปฏิบัติดังนี้ ๑) การสร้างความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ในระบบของสังคมสงฆ์ก่อนนับจะต้องสละทรัพย์สิน เงินทอง เมื่อบวชแล้วก็จะต้องใช้สอยปัจจัย ๔ เพียงเพื่อการยังอัตภาพให้เป็นไปได้เท่านั้น ไม่ใช้สอย เพื่อการบำรุงบำเรอให้ร่างกายสวยงาม หรือเพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน การใช้สอยปัจจัย ๔ ยัง ตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าการไม่สะสมส่วนเกิดหรือการไม่ยึดถือไว้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัว ความเสมอภาค เท่าเทียมกันของการมีหรือการปัจจัย ๔ อย่างจำเป็น และเรียบง่าย ๒) ความยุติธรรม หลักแนวคิดภายใต้ระบบทรัพย์สินส่วนกลาง ได้ปรากฏสะท้อนการแบ่งปัน ทรัพย์สินของสงฆ์ที่เป็นไปด้วยความยุติธรรม เพราะเป็นการปฏิบัติตามความจำเป็นและเหตุผลสมควร ของแต่ละคนที่ควรจะได้รับซึ่งหลีกเลี่ยงเกณฑ์การให้ด้วยขนาดหรือปริมาณของความต้องการที่ อยากจะได้ ๓) ให้ความสำคัญต่อสังคมส่วนรวม ในสังคมสงฆ์ก็มีระบบการจัดการทรัพย์สินส่วนกลางที่ เรียกว่า “ของสงฆ์” เป็นอุดมคติของการน้อมนำเอาวัตถุทานหรือทรัพย์สินทั้งหมดให้ตกเป็นของสงฆ์ ส่วนรวม โดยพระสงฆ์ทั้งหมดต่างเป็นเจ้าของร่วมกัน การที่สงฆ์ทุกรูปแบบเป็นเจ้าของกรมสิทธิ์ ช่วยกันสร้างช่วยกันปฏิบัติหรือช่วยกันดูแลรักษานั้น เป็นระบบโครงสร้างเศรษฐกิจของสังคมหนึ่งเดียว เป็นระบบการจัดการทรัพย์สินแบบเป็นก้อน ๆ เดียว ทั้งสังคมคล้าย ๆ กับหลักการของสหกรณ์ที่ไม่มี การแข่งขันและเป็นระบบ ๔) ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคมสงฆ์ได้กลายเป็นสังคมที่สามารถแก้ไขปัญหาความ เหลื่อมล้ำทางสังคมปรากฏเป็นสังคมต้นแบบแห่งความเสมอภาคเท่าเทียมกันทั้งในด้านสิทธิและ โอกาส กล่าวคือ มีความเสมอภาคทางด้านเศรษฐกิจ สังคมสงฆ์มีความเท่าเทียมกันในด้านเศรษฐกิจ คือ ปัจจัย ๔ ซึ่งทุกคนก่อนที่จะบวชและหลังบวชจะต้องสละทรัพย์สินเงินทองหรือต้องสละกรรมสิทธิ์ ส่วนเกินให้ตกเป็นของสงฆ์ส่วนรวม เราจะพบว่าวิถีชีวิตของพระสงฆ์เป็นการดำเนินชีวิตที่เป็นไปใน ทิศทางและรูปแบบเดียวกันหมด กล่าวคือการมี หรือไม่มีซึ่งปัจจัย ๔ เป็นการมีหรือไม่มีแบบเท่าเทียม กัน ไม่ว่าคนนั้นจะเคยเป็นคนร่ำรวยหรือยากจนมาก่อนก็ตาม เมื่อเข้ามาบวชแล้ว สถานะทาง เศรษฐกิจจะเหมือนกันหมด ดังนั้น การใช้ระบบทรัพย์สินส่วนกลางจึงเป็นการปรับฐานทางด้าน เศรษฐกิจของแต่ละคนให้อยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน

คำสำคัญ

Reducing social inequality according to Buddhist waySolving structural problems among LGBT peopleการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในกลุ่มเพศทางเลือกการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมตามแนววิถีพุทธในกลุ่มเพศทางเลือก

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ความหลากหลายทางเพศกับการบรรลุธรรมในทัศนะพุทธปรัชญาเถรวาท

กัญญภัค แมกกี้ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

Women Empowerment in Buddhism : The Elimination of Gender Inequality

พระมหาสัจจารักษ์ ไร่สงวน มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

ศึกษาวิเคราะห์บทบาทองค์กรสตรีด้านการแก้ปัญหาสตรี ในสังคมไทยปัจจุบันด้วยหลักพุทธธรรม

พระครูภาวนาโพธิคุณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2559

ความหลากหลายทางเพศตามทัศนะทฤษฏีจิตวิทยา บุคลิกภาพและพุทธปรัชญาเถรวาท

วากัญญภัค แมกกี้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

การสังเคราะห์งานวิจัยด้านการประยุกต์พุทธธรรมเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมของสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์

สมิทธิพล เนตรนิมิตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

พุทธธรรมกับการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

อุทัย สติมั่น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2560

พุทธศาสนากับการแต่งงานของเพศทางเลือก

พระเกรียงศักดิ์ สิริสกฺโก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2561

การศึกษาวิเคราะห์ฐานะเชิงสังคมของมนุษย์ตามทรรศนะพุทธศาสนาเถรวาท

ธีรัตม์ แสงแก้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

รูปแบบการเสริมสร้างพลังศักยภาพสตรีเพื่อพัฒนาชุมชนตามหลักพุทธธรรม

พระมหาพรชัย สิริวโร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2561

โมเดลพลังอำนาจในตนเชิงพุทธที่ส่งผลต่อการเผชิญปัญหาและอุปสรรค ของผู้หญิงที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ธีรยุทธ วิสุทธิ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2562