การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับเพศสภาพเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ของนักศึกษา ระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการตระหนักรู้เกี่ยวกับเพศสภาพ และการรับรู้พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความตระหนักรู้เกี่ยวกับเพศสภาพของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และ ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับเพศสภาพต่อความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเท่าเทียมระหว่างเพศของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่างเชิงสำรวจจำนวน 850 คน สุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ กลุ่มตัวอย่างเชิงทดลองเลือกแบบเจาะจง จำนวน 50 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ทดสอบความแตกต่างของตัวตนทางเพศกับประสบการณ์การถูกเลือกปฏิบัติเนื่องจากอัตลักษณ์ทางเพศ โดยใช้สถิติไคสแคว์ วิเคราะห์ความแตกต่างของทัศนคติเกี่ยวกับเพศภาวะของนักศึกษาชายและนักศึกษาหญิง โดยใช้สถิติ Mann-Whitney U Test ประเมินผลของโปรแกรมฯ โดยใช้สถิติ Friedman test ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างอายุเฉลี่ย 20.84 ปี (S.D.=1.48) ร้อยละ 26.6 เคยถูกเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากอัตลักษณ์ทางเพศ ได้แก่ การใช้ถ้อยคำและกิริยาที่ไม่สุภาพ ร้อยละ13.9 ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศจะมีโอกาสถูกเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากอัตลักษณ์ทางเพศ 3.51 เท่า (OR=3.51; 95% CI=2.53-4.88) เมื่อเทียบกับผู้ที่รักเพศตรงข้าม กลุ่มตัวอย่างเพศชายมีค่าคะแนนที่ยึดติดต่อบทบาททางเพศที่สะท้อนความคิดแบบชายเป็นใหญ่มากกว่าเพศหญิงทั้ง 4 ด้าน (บทบาทหญิงชายไทยในครอบครัว, บทบาทหญิงชายไทยในชุมชน/ที่ทำงาน, ด้านความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และความสัมพันธ์ทางเพศ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วนเพศหญิงมีคะแนนที่สะท้อนแนวคิดบทบาททางเพศที่เท่าเทียมกันสูงกว่าเพศชายในด้านศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคหญิงชายไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ผลของโปรแกรมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับเพศสภาพ พบว่า คะแนนความตระหนักรู้เกี่ยวกับเพศสภาพในด้านศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคหญิงชายไทย ด้านบทบาทผู้หญิงไทยกับผู้ชายไทยในครอบครัว ด้านบทบาทผู้หญิงไทยกับผู้ชายไทยในชุมชน/ที่ทำงาน ด้านความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และด้านความสัมพันธ์ทางเพศ ก่อนร่วมกิจกรรมกับหลังร่วมกิจกรรมทันที และหลังร่วมกิจกรรมทันทีกับหลังร่วมกิจกรรม 1 เดือน แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกด้าน มหาวิทยาลัยควรกำหนดวิสัยทัศน์และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ โดยจัดให้มีการเรียนการสอนที่สอดแทรกเนื้อหาความเสมอภาคทางเพศ ให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ และกิจกรรมที่ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศที่หลากหลาย