Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การลดภาระในภาครัฐโดยใช้วัดเป็นสถานกักขังในโทษที่เหมาะสม

สวัสดิ์ จิรัฏฐิติกาล มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑. ศึกษาการนำวัดและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดโดยพัฒนาเป็นสถานกักบริเวณในโทษที่เหมาะสมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในภาครัฐ ๒. ทดลองนำผู้ที่ได้รับการพักการลงโทษโดยมีเงื่อนไขการคุมประพฤติเข้าไปเรียนรู้การพัฒนาตนที่วัดและชุมชนต้นแบบ เพื่อปรับสภาพ ฟื้นฟูจิตใจ และทัศนคติ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สังคม ๓. พัฒนานวัตกรรมการนำวัดและชุมชนต้นแบบเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดโดยดำเนินการเป็นสถานกักบริเวณในโทษที่เหมาะสมเพื่อบำบัดจิตใจผู้กระทำความผิด การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยเริ่มจากการหาแนวทางการลดภาระในภาครัฐโดยใช้วัดและชุมชนเป็นสถานกักขังในโทษที่เหมาะสม สร้างชุดปฏิบัติการวิจัยและทดลองนำผู้ที่ได้รับการพักการลงโทษเข้าไปเรียนรู้การพัฒนาตนที่วัดและชุมชนต้นแบบ หาค่าระดับความคิดเห็นของผู้กระทำผิดก่อนและหลังการเรียนรู้การพัฒนาตนที่วัดและชุมชนต้นแบบ ดำเนินการพัฒนาจนได้นวัตกรรมการนำวัดและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขฟื้นฟู ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ๑. การนำวัดและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดโดยพัฒนาเป็นสถาน กักบริเวณในโทษที่เหมาะสมเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในภาครัฐ วิธีการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดควรจะเน้นที่ ตัวผู้กระทำมากกว่าการกระทำความผิด โดยเน้นการศึกษาผู้กระทำผิดเป็นรายบุคลเพื่อหาสาเหตุการกระทำผิดและแนวทางแก้ไข เพื่อเปิดโอกาสให้วัดและชุมชนได้แก้ไขผู้กระทำความผิดโดย การให้ความรู้ การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และการพัฒนาทักษะ เพื่อมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ๒. ทดลองนำผู้ที่ได้รับการพักการลงโทษโดยมีเงื่อนไขการคุมประพฤติเข้าไปเรียนรู้การพัฒนาตนที่วัดและชุมชนต้นแบบโดย การวางแผนพัฒนา การพัฒนาตามแผน การสังเกตผลการพัฒนา และการประเมิน การปรับสภาพ ฟื้นฟูจิตใจ ทัศนคติเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สังคม การดำเนินงานควรกระทำในลักษณะของความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เน้นการบูรณาการจากหลากหลายภาคส่วนสนับสนุน และผลักดันให้สังคมเกิดความยุติธรรมที่แท้จริง ไม่ใช้แนวทางแก้แค้นแต่หันมาสู่แนวทางแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ๓. การพัฒนานวัตกรรมการนำวัดและชุมชนต้นแบบเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด ประกอบด้วย ๑) การฝึกอบรมและพัฒนา ได้แก่ การพัฒนาความรู้ การพัฒนาคุณธรรม และการพัฒนาทักษะ ๒) รูปแบบของศูนย์แก้ไขในชุมชน ได้แก่ โครงสร้างและการบริหารงานสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ การปฏิบัติใช้หลักความสมดุล การฝึกวิชาชีพสอดคล้องกับความสนใจ สถานที่ต้องแบ่งบริเวณให้เหมาะสม ผู้ดูแลต้องมีความรู้ ผู้กระทำความผิดต้องได้รับสิทธิตามกฎหมาย ๓) ลักษณะของศูนย์แก้ไขในชุมชน ได้แก่ การมีรูปแบบที่หลากหลายเพื่อรองรับทั้งการควบคุมและการแก้ไขฟื้นฟู การให้ผู้กระทำผิดพักอาศัยอยู่แบบบางเวลา เช่น ไปทำงานหรือเรียนหนังสือแล้วกลับเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์ ข้อเสนอแนะ ๑. ผู้กระทำผิดในแต่ละกลุ่มควรมีหลักสูตรการแก้ไขฟื้นฟูตามความเหมาะสม อาจแยกตามประเภทคดีหรือแยกตามพฤติกรรม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ว่าจะมุ่งแก้ไขฟื้นฟูกลุ่มใด เนื่องจากการมุ่งปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมจะต้องอบรมติดต่อกันอย่างต่อเนื่องถึงจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ๒. สำหรับการแก้ไขฟื้นฟื้นฟูผู้กระทำผิดควรให้เข้ามาอยู่ในสถานที่แก้ไขฟื้นฟูในชุมชนที่จัดตั้งขึ้น ในรูปแบบลักษณะที่เหมาะสมกับความต้องการและความจำเป็นในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดของแต่ละคน และมีการควบคุมเท่าที่จำเป็น ๓. การดำเนินงานเพื่อรองรับผู้ที่ได้รับการปลดปล่อยควรมีรูปแบบสถานที่พักอาศัยสำหรับเตรียมการปลดปล่อยออกจากเรือนจำ และใช้เป็นศูนย์แก้ไขในชุมชน สำหรับผู้กระทำผิดประเภทที่ศาลเห็นว่ายังไม่ควรลงโทษจำคุกในเรือนจำควรให้โอกาสทดลองใช้ชีวิตในการแก้ไขพฤติกรรมในชุมชน ๔. ศูนย์ควบคุมในชุมชนควรได้รับการพัฒนาและจัดตั้งขึ้นในรูปแบบลักษณะที่หลากหลายเพื่อรองรับวัตถุประสงค์การปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในกระบวนการยุติธรรม ทั้งการควบคุม การแก้ไขฟื้นฟู การเตรียมการปลดปล่อย สามารถพิจารณาจัดตั้งรูปแบบการให้บริการที่เหมาะสมเป็นการเฉพาะเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพสังคมและสถานการณ์แต่ละท้องถิ่น

คำสำคัญ

Public sectorภาครัฐDetentionReduce burdenการลดภาระสถานกักขัง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดของภาครัฐ ชุมชน และภาคเอกชนในการให้โอกาสผู้กระทำผิดกลับคืนสู่สังคม

พันตำรวจโท ธิติ มหาเจริญ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562

รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อลดความรุนแรงในเด็กและเยาวชนโดยใช้ทักษะชีวิต

วีณัฐ สกุลหอม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การศึกษารูปแบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

กรกช นาควิเชตร กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2554

การติดตามผลการดำเนินงานด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องกักขังกรมราชทัณฑ์

นายเดชา สังขวรรณ สำนักงานกิจการยุติธรรม พ.ศ. 2551

โครงการประเมินผลโปรแกรมแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูผู้กระทำผิด

นายเกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562

กลยุทธ์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด

กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. 2554

การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือแบบไตรภาคีเพื่อลดการออกกลางคันนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ญดาภัค กัลปดี สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2565

แนวทางการพัฒนาการรักษาสถานที่เกิดเหตุของอาสากู้ภัยและพนักงานสอบสวน

ศิริรัตน์ ชูสกุลเรียง มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2562

ผลกระทบและการปรับตัวในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 กรณีทัณฑสถานและชุมชนในกรุงเทพมหานคร

นพวรรณ เปียซื่อ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พ.ศ. 2564

การพัฒนากระบวนการติดตามหลังปล่อยและการช่วยเหลือ หรือสงเคราะห์ผู้พ้นโทษ

นางเปรมฤดี เพ็ชรกูล สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562