รูปแบบการส่งเสริมการปรับตัวสู่สังคมของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดจังหวัดเลยเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อสร้างรูปแบบการส่งเสริมการปรับตัวสู่สังคมของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดจังหวัดเลย เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำที่มีประสิทธิภาพ การดำเนินการวิจัยใน 8 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ศึกษาข้อมูลที่เป็นเอกสารในการพัฒนาหลักสูตร 2) เขียนหลักสูตรฉบับร่าง 3) ตรวจสอบความเหมาะสมของหลักสูตร 4) ดำเนินการจัดทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ต่อกรมคุมประพฤติในการจัดกลุ่มเพื่อฝึกอบรมตามหลักสูตร และตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อหลักสูตร 5) ทดลองใช้ตามตารางการฝึกอบรมหลักสูตรฯ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน 6) เขียนสรุปผลการฝึกอบรมตามหลักสูตรฯ 7) ขยายเครือข่ายโดยเชิญประชุมกลุ่ม ผู้สนใจและผู้เกี่ยวข้อง 8) เขียนรายงานฉบับสมบูรณ์ และพิมพ์เผยแพร่ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบประเมินความเหมาะสมของโครงร่างหลักสูตรฯ 2) หลักสูตรฝึกอบรมการส่งเสริมการปรับตัวสู่สังคมของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดจังหวัดเลย เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ 3) แบบวัดความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมตามหลักสูตรฯ 4) แบบวัดการปรับตัวสู่สังคมของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดจังหวัดเลย เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ 5) แบบสังเกตพฤติกรรม ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 215 คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย 1) ข้อมูลเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา จับประเด็น ตีความ และจัดกลุ่มซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการประชุม อภิปราย ซักถาม 2) ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ประกอบด้วย 2.1) สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency), ร้อยละ (Percentage), ค่าเฉลี่ย (Mean), ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 2.2) สถิติเปรียบเทียบผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ได้แก่ การทดสอบค่าที (t-test) 2.3) สถิติวิเคราะห์หาดัชนีประสิทธิผลของผู้เรียน ผลการวิจัย พบว่า 1. ประสิทธิภาพการใช้หลักสูตรการฝึกอบรมการปรับตัวสู่สังคมของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.60/85.84 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80 2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้หลักสูตรการฝึกอบรมการปรับตัวสู่สังคมของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำพบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของหลักสูตรการฝึกอบรมการปรับตัวสู่สังคมของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ที่สร้างขึ้นส่งผลต่อผู้เรียน คิดเป็นร้อยละ 68.46 4. ความพึงพอใจของผู้เรียน ที่มีต่อหลักสูตรการฝึกอบรมการปรับตัวสู่สังคมของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ โดยส่วนรวมอยู่ในระดับพอใจมากที่สุด 5. การปรับตัวสู่สังคมของเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด จังหวัดเลย เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับปฏิบัติครั้งเว้นครั้ง คำสำคัญ: 1) รูปแบบการส่งเสริมการปรับตัวสู่สังคม 2) เด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด 3) ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ