กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาศักยภาพทางอัลลีโลพาทีของน้้ามันหอมระเหยจากพืช 10 ชนิด ได้แก่ ซีดาร์วูด, มะนาว, มะกรูด, สะระแหน่, ยูคาลิปตัส, เสม็ดขาว, อบเชยจีน, กะเพรา, ข่า และโป๊ยกั๊ก ที่ระดับความเข้มข้น 5 ไมโครลิตรต่อจานทดลอง ต่อการงอกและการเจริญเติบโตของหญ้าข้าวนกและผักโขมหนาม พบว่า น้้ามันหอม ระเหยจากอบเชยจีน สามารถยับยั้งการงอกและการเจริญเติบโตของหญ้าข้าวนกและผักโขมหนามได้โดย สมบูรณ์จากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของน้้ามันหอมระเหยจากอบเชยจีนด้วยเทคนิค GC/MS พบว่า องค์ประกอบที่ส้าคัญในน้้ามันหอมระเหยจากอบเชยจีนคือ Cinnamaldehyde พบมากที่สุด 69.43 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นท้าการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์น้้ามันหอมระเหยจากอบเชยจีนที่ระดับความเข้มข้น 50, 100, 200, 300 และ 400 ppm ในเมล็ดหญ้าข้าวนกและที่ระดับความเข้มข้น 25, 50, 100, 150 และ 200 ppm ในเมล็ดผักโขม พบว่าผลิตภัณฑ์น้้ามันหอมระเหยจากอบเชยจีนที่ระดับความเข้มข้น 400 ppm สามารถ ยับยั้งการงอกและการเจริญเติบโตของหญ้าข้าวนกได้สูงที่สุดและที่ระดับความเข้มข้น 200 ppm สามารถยับยั้ง การงอกและการเจริญเติบโตของผักโขมหนามได้อย่างสมบูรณ์การศึกษาผลของการดูดน้้าและกิจกรรมของ เอนไซม์อัลฟา-อะไมเลส พบว่าเมื่อระดับความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์น้้ามันหอมระเหยจากอบเชยจีนเพิ่มสูงขึ้น เปอร์เซ็นต์การดูดน้้าในเมล็ด และกิจกรรมของเอนไซม์อัลฟา-อะไมเลสของหญ้าข้าวนกและผักโขมหนามจะ ลดลง และเมื่อระยะเวลาเพิ่มสูงขึ้นเปอร์เซ็นต์การดูดน้้าในเมล็ดกิจกรรมของเอนไซม์อัลฟา-อะไมเลสจะเพิ่ม สูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีควบคุม และเมื่อใส่ผลิตภัณฑ์น้้ามันหอมระเหยจากอบเชยจีนร่วมกับฮอร์โมน จิบเบอเรลลิน พบว่าให้ผลไม่แตกต่างกับผลิตภัณฑ์น้้ามันหอมระเหยจากอบเชยจีนอย่างเดียว จากนั้นจึง ท้าการศึกษาเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ก้าจัดวัชพืชจากน้้ามันหอมระเหยจากอบเชยจีนกับสารเคมีก้าจัดวัชพืช พาราควอตไดคลอไรด์ที่อัตรา 138 กรัมสารออกฤทธิ์ต่อไร่ (อัตราแนะน้า) ในพื้นที่ปลูกข้าวโพด พบว่าสารเคมี ก้าจัดวัชพืชพาราควอตไดคลอไรด์ สามารถก้าจัดวัชพืชได้ทั้งใบแคบและใบกว้างได้แก่หญ้าแพรก หญ้าตีนนก ลูกใต้ใบ ผักโขมไร้หนามและสะเดาดินได้อย่างสมบูรณ์ขณะที่ผลิตภัณฑ์น้้ามันหอมระเหยจากอบเชยจีนมี ประสิทธิภาพการก้าจัดวัชพืชใบกว้างได้มากกว่าวัชพืชใบแคบ ที่ระดับความเข้มข้น 8 เปอร์เซ็นต์ สามารถก้าจัดวัชพืชใบแคบได้แก่ หญ้าแพรกและหญ้าตีนนก ได้ 28.75 และ 35.00 เปอร์เซ็นต์ และสามารถก้าจัดวัชพืชใบ กว้างได้แก่ ลูกใต้ใบ ผักโขมไร้หนามและสะเดาดิน ได้ 96.25, 95.00 และ 83.75 เปอร์เซ็นต์ ตามล้าดับ จาก การศึกษาแสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ก้าจัดวัชพืชจากน้้ามันหอมระเหยเป็นสารธรรมชาติก้าจัดวัชพืชประเภท เลือกท้าลายและไม่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมซึ่งเป็นทางเลือกในการลดอันตรายจากการใช้สารเคมีอันเป็น เป้าหมายส้าคัญของการจัดการวัชพืชอย่างยั่งยืน