การศึกษาแหล่งพันธุกรรมและการจัดจำแนกความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของมะเขือในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายของมะเขือมากแหล่งหนึ่ง ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อรวบรวมพันธุกรรม และหาความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการของมะเขือในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสามารถรวบรวมได้ทั้งหมด 24 ตัวอย่าง ตรวจระบุชื่อวิทยาศาสตร์ได้ 5 ชนิด ได้แก่ มะเขือพวง (Solanum torvum) มะอึก (S. lasiocarpum) มะแว้งต้น (S. violaceum) มะแว้งเครือ (S. trilobatum) และมะเขือ (S. melongena) จากนั้นศึกษาความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการของพืชทั้งหมดโดยใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยา เครื่องหมาย Sequence Related Amplified Polymorphism (SRAP) รวมทั้ง chloroplast และ nuclear DNA โดยมีมะเขือเทศ และยาสูบเป็น outgroup ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์บนพื้นฐานทางสัณฐานวิทยา จำนวน 34 ลักษณะ ด้วยโปรแกรม Unweighted Pair Group with Arithmetic Mean (UPGMA) มีค่าสัมประสิทธิ์ความเหมือน (similarity coefficient) ในช่วง -0.258 ถึง 0.953 ไม่สามารถแยกยาสูบออกจากพืชสกุลมะเขือได้ รวมทั้งไม่สามารถแบ่งกลุ่มพืชสกุลมะเขือได้อย่างชัดเจน โดยมะเขือกระจายอยู่ในกลุ่มมะแว้ง และมะอึก ส่วนผลการศึกษาความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการโดยใช้เทคนิค SRAP ด้วยไพรเมอร์ 9 คู่ พบว่า ดีเอ็นเอมีขนาดตั้งแต่ 80-3,000 คู่เบส โดยมีแถบดีเอ็นเอทั้งหมด 120 แถบ และเป็น polymorphic band 108 แถบ (90.00%) และผลการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม UPGMA พบว่ามีค่าสัมประสิทธิ์ความเหมือน อยู่ในช่วง -0.258 ถึง 1.000 ซึ่งสามารถจัดกลุ่มได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วยยาสูบ มะเขือเทศ และมะเขือพวง กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย 4 กลุ่มย่อย คือ กลุ่มมะอึก กลุ่มมะแว้งเครือ กลุ่มมะแว้งต้น กลุ่มมะเขือขื่น และมะเขือภูพาน กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มมะเขือ โดยเทคนิคนี้ก็ยังไม่สามารถแยกยาสูบออกจากพืชสกุลมะเขือได้ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการบนพื้นฐานของ chloroplast และ nuclear DNA ด้วยโปรแกรม Maximum parsimony, Maximum Likelihood และ Baysiean Inference พบว่าสามารถแบ่งยาสูบออกจากพืชสกุลมะเขือ และภายในสกุลนี้สามารถแบ่ง 2 สกุลย่อย คือ (1) subgenus Polatoe ได้แก่ มะเขือเทศ (2) subgenus Leptostemonum ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มย่อย คือ (2.1) Lasiocarpa clade ได้แก่ มะอึก และมะอึกไร้หนาม (2.2) Torva clade ได้แก่ มะเขือพวง (2.3) Solanum violaceum clade ได้แก่ มะแว้งต้น และมะแว้งต้นไร้หนาม และ (2.4) Melongena clade ได้แก่ มะเขือ และ มะแว้งเครือ ซึ่งงานวิจัยนี้ไม่ สามารถจำแนกมะแว้งเครือออกจากกลุ่มมะเขือได้